เมื่อวันที่ 6 ก.พ. เวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสกลธี​ ภัททิยกุล​ รองหัวหน้า​พรรค​ฯ ดูแล​พื้นที่​กรุงเทพ​ฯ ลงพื้นที่ตลาดหมู่บ้านสินทวี เขตจอมทอง ช่วยหาเสียงให้กับนายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 26 เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) หมายเลข 6 ซึ่งบรรยากาศการหาเสียงยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์มารอให้การต้อนรับ เข้ามาขอถ่ายภาพ มอบดอกไม้ รวมถึงส่งเสียงให้กำลังใจ และเอาน้ำดื่มมาบริการให้คณะพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน มีประชาชนบางส่วนมาร้องเรียนปัญหาในพื้นที่ต่อนายอภิสิทธิ์และคณะ ให้ได้รับทราบด้วย

ต่อมา เวลา 08.35 น. นายอภิสิทธิ์และคณะ เดินทางมาลงพื้นที่ตลาดกลางหมู่บ้านศรีเพชร เขตหนองแขม เพื่อช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 29 เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม) หมายเลข 8 โดยบรรยากาศ นายอภิสิทธิ์​และคณะ นั่งรถแห่มาพบปะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและกองเชียร์ที่มารอมอบดอกไม้​ พวงมาลัย​ ให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์​ โดยระบุว่า​ “เป็นกำลังใจให้”, “เราเชียร์อยู่แล้ว​ เป็นพัทลุง​ อย่างไรก็เลือก​ สมบัติพ่อเฒ่า”, “ท่านนายกฯ​ วันนี้ขอเรียกท่านเป็นนายกฯ เลย​ ครอบครัวเราตั้งแต่อายุ​ 10 กว่าขวบ​ จน​ 60 กว่าแล้วก็เลือกประชาธิปัตย์​มาตลอด​ ไม่ว่าท่านจะเป็นอะไรก็แล้วแต่​ เราพร้อมที่จะยืนหยัดกับท่าน​” รวมไปถึงมีแม่ค้ามอบกล้วยหอมให้​ 1 หวี ขอกล่าวว่าขอให้โชคดี และจังหวะที่ นายอภิสิทธิ์ถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับ ​และจังหวะซบที่ไหล่นายอภิสิทธิ์ ทำให้รองพื้นติดที่ปกเสื้อแจ๊ก​เกตไหล่ด้านขวา อีกทั้งพ่อค้าขายพวงมาลัย ยังอวยพรให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีและช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีชายหนุ่มคนหนึ่ง หอบรูปของพ่อสมัยที่เป็นสมาชิกสภาเขต (สข.) เคยถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ เมื่อปี 2550 มาขอลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับบอกกับนายอภิสิทธิ์ว่าคุณพ่อเล่าให้ฟังว่านายอภิสิทธิ์มีความเป็นกันเอง ไม่ถือตัว แต่ตอนนี้คุณพ่อของตนกลับไปที่ภาคใต้ อีกทั้งยังมีคุณยาย วัยเกือบ 90 ปี มานั่งรอขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ด้วย พร้อมกล่าวอวยพรขอให้ประสบความสำเร็จ

จากนั้นนายอภิสิทธิ์และคณะพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปลงพื้นที่ตลาดบางแค เขตบางแค เพื่อหาเสียงให้กับนายคณพล พงศ์พิทยา ผู้สมัคร สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 30 เขตบางแค (ยกเว้นแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่), เขตภาษีเจริญ (เฉพาะแขวงบางหว้า แขวงบางด้วนและแขวงคลองขวาง) หมายเลข 12

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์​ ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายที่มีการปราศรัยพุ่งเป้าโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ว่า ตนไม่แปลกใจ ทั้งนายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ หัวหน้าพรรค​ภูมิใจไทย​ และนายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย​ โจมตีพรรคประชาธิปัตย์มาตลอดในเรื่อง สส. ในอดีต​ แต่ไม่เป็นไร​ เพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้สื่อสารกับชาวใต้มาชัดเจน และเข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีการสู้กันอย่างดุเดือด 3 พรรค ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ในเกมไม่มีปัญหา ขออย่าใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง ทั้งการใส่ร้ายและซื้อเสียง ก็ให้แข่งขันกันไป

เมื่อถามว่าขณะนี้มีรายงานว่าบางพรรคการเมืองจ่ายเงินซื้อเสียง พรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเรื่องนี้หรือไม่​ นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานเช่นกัน แต่อยากเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.​ ทำงานให้มากขึ้นกว่านี้​ และขณะที่พบปะกับผู้คนก็มีการพูดกันเรื่องนี้​ กลับกลายเป็นว่า กกต. ค่อนข้างเงียบ​ ไม่สามารถดำเนินการอะไรที่ชัดเจนได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ในโลกโซเชียลมีการขุดโพสต์ของนายอภิสิทธิ์​ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2557 ที่ระบุว่าจะไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 โดยระบุว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งดังกล่าวเป็นโมฆะแล้ว ทั้งนี้ ตนมองว่าเป็นธรรมดา ที่มีมากกว่านี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง รวมถึงมีการคาดการณ์ว่าตนไปตกลงอะไรกับใคร ซึ่งไม่มี อยากจะขอร้องอย่าใส่ร้ายกัน ให้หาเสียงแข่งขันกันไป

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่การนำเรื่องนี้มาปั่นกระแส จะทำให้ประชาชนสับสนในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราคิดว่าเราชัดเจน ประชาชนน่าจะเข้าใจ แต่เราห้ามคนไม่ได้ที่จะนำเสนอเพื่อนำเสนอเพื่อสร้างความสับสน

ผู้สื่อข่าวถามว่าบางพรรคระบุว่านายอภิสิทธิ์​มีดีแค่หล่อดี กับพูดดี นายอภิสิทธิ์​ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า​ อย่างน้อยก็มีดี 2 เรื่อง​ และจริงๆแล้ว ถ้าได้ไปฟังการปราศรัย ก็จะรู้สาระในแต่ละเวทีที่มีความชัดเจนว่าเราเสนอสิ่งที่เป็นเนื้อหาสำคัญๆ และพูดถึงทิศทางของประเทศ รวมถึงหลายประเด็นที่พรรคการเมืองอื่น แทบไม่พูดถึงเลย อาทิ นโยบายด้านการต่างประเทศ ฉะนั้นตนจึงคิดว่าประชาชนเห็นแล้ว

เมื่อถามว่ากรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะจัดการปราศรัยปิดท้ายในเย็นวันนี้ จะมีอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มี แต่ต้องขอให้ทุกคนรอฟังการปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นที่ วัน แบงค็อก

นายอภิสิทธิ์​ ยังฝากถึงประชาชน ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ว่า ครั้งนี้ตนมองว่าไม่ใช่แค่การเลือกตั้งอีกครั้ง เพราะประเทศเดินมาถึงจุดที่เป็นภาวะอันตราย หลายเรื่องมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เศรษฐกิจไม่สามารถแข่งขันได้ ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น ความขัดแย้งปลุกเร้าทางการเมือง 2 ขั้ว ทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นและต่างประเทศก็วิเคราะห์ว่าเราจะมีปัญหามากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ประชาชนจะเปลี่ยนทิศทางตรงนี้ แต่เปลี่ยนในลักษณะที่ไม่มีการรื้อ ทำลาย​ หรือขัดแย้งกัน พรรคประชาธิปัตย์เสนอตัวอย่างชัดเจนว่าเป็นทางรอดที่ปลอดภัยจากการโกง​ ปลอดภัยจากความจน ปลอดภัยจากความเหลื่อมล้ำ ปลอดภัยจากความขัดแย้ง และปลอดภัยจากภาวะภูมิลักษณะของโลก ที่เข้ามากระทบกับไทย

เมื่อถามว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุด กัมพูชามีการยิงปืน ค.40 มม. ข้ามมาตกยังฝั่งไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากที่ได้ฟังจากกองทัพเข้าใจว่า กองทัพเข้าใจเงื่อนไข และพร้อมจะรับมือ แม้เราไม่สามารถคาดการณ์ฝ่ายกัมพูชาได้