ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่เหล่าด้อมและชาวเน็ตจับตามองไม่กะพริบ สำหรับความสัมพันธ์ที่ดูจะตึงเครียดระหว่าง ณวัฒน์ อิสรไกรศีล หัวเรือใหญ่แห่งมิสแกรนด์ฯ กับนางงามซุป’ตาร์ “ชาล็อต ออสติน” หลังจากเกิดกรณีบอสขึ้นเวทีอวยพรวันเกิดพร้อมเตือนสติ จนกลายเป็นชนวนเหตุให้แฟนคลับบางส่วนไม่พอใจและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดในงาน FirstDay Orientation MGT 2026 บอสณวัฒน์ได้เปิดใจถึงประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า “ผมไม่อยากสัมภาษณ์เรื่องนี้เลย น้องก็ยังเฉยๆ อยู่ ตัวผมเฉยๆ ผมให้ทางบริษัทเป็นคนดูแล ถ้ามีโอกาสก็ยังอยากที่จะคุยกัน เพื่อที่จะทำความเข้าใจกันมากขึ้น แต่ผมยังเปิดรับงานให้น้องอยู่นะครับ ไม่ได้หมายความว่าเราละเลย เพราะทุกเม็ดงานมันก็คือรายได้ของน้องและรายได้ของเรา แต่ด้วยกระแสหลายอย่าง แฟนคลับของน้อง คนอุปถัมภ์ค้ำชู กับบริษัทสินค้า
เขามองคนละมุม ฉะนั้นครั้งนี้เป็นบทเรียนให้กับหลายคน แฟนคลับมั่นใจว่าการที่มีแฟนคลับค้ำจุนอุปถัมภ์ น้องจะอยู่ได้และน้องจะโด่งดัง ผมว่าอยู่ได้ครับ แต่ว่าจะดังไปได้มากกว่านี้ มันต้องผู้จัดและเอเจนซี่สินค้าถึงจะทำให้ดังขึ้นอีก ผมไม่ได้ว่าน้องนะ แต่ต้องเตือนแฟนคลับประเภทแรงเข้าไว้ ให้เขาเบาลงนิด เพราะว่ามันจะมีผลกับน้อง สังเกตได้ว่าตอนนี้เป็นเพราะแฟนคลับแรง งานก็ไม่ติดต่อน้องเพราะเขากลัว สินค้าทุกตัวจะกลัวความก้าวร้าวของคนรอบข้าง เพราะว่าถ้าเกิดน้องทำงานแล้วเกิดมีปัญหาขึ้นมา เขากลัวว่าจะมาถล่มใส่เขา
หลายคนอาจจะไม่รู้เรื่องเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่ต้องระวัง หลายคนที่แรงสงสารน้องเถอะ ยิ่งแรงน้องยิ่งอยู่ในเซฟตี้โซน คนก็ไม่กล้าใช้น้อง ทำให้งานน้อยลง ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากได้ เราโคตรอยากได้ แต่ว่าแฟนคลับของน้องชอบโพสต์และชอบทำคลิป จนทำให้ผู้จัดละคร ผู้ทำหนัง หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์กลัวกันไปหมด กลัวเพราะเขา โดยเฉพาะการขู่ว่ามีแฟนคลับเป็นหมื่นไม่ต้องกลัวหรอก เขาเลี้ยงได้ มันสนุกแฟนคลับแต่ในภาคธุรกิจเขาไม่สนุกด้วย
ถามว่างานหายไปเยอะไหม ก็ตั้งแต่แฟนคลับแรง งานก็หายไปเยอะ ถ้าอยากให้งานกลับมา แฟนคลับต้องเบาลง จริงๆ ตัวน้องไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ไม่ได้ห้ามแฟนคลับ คงเกรงว่าถ้าไปห้ามเดี๋ยวจะไม่ถูกใจ มันก็เลยอยู่อย่างนี้ ถามว่าน้องอยู่ได้ไหม น้องอยู่ได้ เพราะมีแฟนคลับอะลุ้มอล่วยและคอยผลักดัน แต่ว่าจะอยู่ยังไง ผมอยากให้น้องอยู่แบบพี่ฟ้า (อิงฟ้า) แฟนคลับพี่ฟ้าชิลมาก

ถ้าน้องขอไปก่อนหมดสัญญา คือสัญญายังอยู่อีกเกือบสองปีครับ ถ้าเกิดหมดสัญญาแล้วจะไปก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดจะไปก่อนหมดสัญญาไม่ได้ เนื่องจากบริษัทเราเต็มความสามารถ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกวันนี้เรายังขายงานให้น้องอยู่นะ แต่ว่าเวลาขายงานไม่ได้ไม่ใช่ว่าเราไม่ขาย เราขาย เราอยากขาย แต่ว่าผู้จัดหรือเจ้าของงานเขาบอกว่าแฟนคลับน้องแรงจัง กลัวจังเลย แฟนคลับต้องเบาถ้าเกิดจะช่วยน้อง ผมช่วยเต็มที่แล้วเหลือแค่คุณ
ถ้าให้พูดถึงชาล็อต… ตั้งสติ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเยอะแยะ อาจจะมีเรื่องภาวะทางจิต เป็นแพนิค หรือว่าอะไรผมไม่ทราบ ผมพยายามทำให้ดีทุกจุด ผมอยากบอกน้องว่าจุดเริ่มต้นคือจุดที่สำคัญที่สุด ไม่ได้มาบอกว่าเรามีบุญคุณนะ บุญคุณต่างตอบแทนกันไม่ถือเป็นบุญคุณ
แต่เราคือจุดเริ่มต้นและคนอื่นๆ ก็มาชอบกัน แต่ต้องไม่ลืมสารสกัดตัวแรกที่ผสมกันให้คุณกลายเป็นบุคคลคนนี้และทำให้คนอื่นรู้จักคุณ แล้วคนอื่นที่รู้จักคุณมาด่าผมมันก็ไม่แฟร์ ฉะนั้นเวลาเปลี่ยนคนต้องไม่เปลี่ยน แต่คิดว่าอาจจะไม่ได้เปลี่ยน อาจจะงงๆ อยู่”




