นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยถึงนโยบายการทำงานในปี 69 ว่า กรมฯกำลังเร่งศึกษาการปรับราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รอบใหม่ที่จะเริ่มใช้ปี 70-73 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และใกล้เคียงกับราคาขายตลาดมากขึ้น โดยภาพรวมจะมีส่วนต่างของราคาประเมินกับราคาตลาดไม่เกิน 20% จากปัจจุบันแตกต่างกัน 30% นอกจากนี้ จะมีการศึกษาขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับใช้ทำการเกษตรและที่อยู่อาศัยใหม่ หลังจากไม่มีการปรับขึ้นมานาน ส่วนที่ราชพัสดุสำหรับเชิงพาณิชย์มีการปรับขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว
“ตอนนี้แต่ละจังหวัดจะต้องไปทำราคาประเมินเพื่อส่งมายังกรมธนารักษ์ ซึ่งจะเริ่มใช้ราคาประเมินใหม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.70 เป็นต้นไป ตามรอบของการปรับราคาประเมินที่ดินทุกๆ 4 ปี โดยราคาที่ดินที่จะปรับขึ้นแน่นอน ไม่มีลดลงแน่นอน แต่ละจังหวัดจะขึ้นไม่เท่ากัน”
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคาดว่าภายในเดือนส.ค..69 นี้จะมีความชัดเจนและสามารถนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ ส่วนจะปรับขึ้นเท่าใดนั้น ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งปัจจุบันราคาที่ดินที่ถูกที่สุดอยู่ที่อมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตารางวาละ 28 บาท ส่วนราคาที่ดินที่แพงสุด 1 ล้านบาทต่อตารางวา อยู่ที่ ถนนเพลินจิต และถนนวิทยุ
นอกจากนี้ กรมมีแผนนำที่ดินที่ราชพัสดุที่ส่วนราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์และเป็นที่ดินที่ได้จากยึดทรัพย์รวม 41 แปลง นำมาเปิดประมูลเพื่อเปิดให้เช่า และขายขาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับกรมธนารักษ์ ซึ่งปีนี้กรมมั่นใจว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ69 จะจัดเก็บได้เกินเป้าหมาย 20% เนื่องจาก ในช่วง 4 เดือน ของปีงบประมาณ 69 จัดเก็บได้ 8 ,059 ล้านบาท โดยเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ ปี 69 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท
สำหรับปัญหาที่ดินหมอชิตเก่า ติดถนนพหลโยธิน ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าจะไม่มีการสร้างหรือย้ายหมอชิตกลับมาแต่อย่างใดและอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดของสัญญา และการดำเนินการคาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.69 ซึ่งหากมีการเจรจาสัญญาแล้ว กรมธนารักษ์จะได้รับเงินจากการทำสัญญาล่วงหน้า 300 ล้านบาท ขณะที่ปัญหาการบุกรุกที่ดินของราชพัสดุ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้จัดทำโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์ สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตได้แจกสัญญาไปแล้วจำนนมากแล้ว เหลืออีก 24,388 ราย จะครบ 140,200 ราย คาดว่าจะดำเนินการเซ็นสัญญาให้ครบภายในปี2573
ขณะที่ความคืบหน้าโครงการ ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์ หรือซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ บนที่ดินราชพัสดุ จ.สมุทรปราการ เป็นโครงการพักอาศัยระยะยาว 30 ปี ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เน้นดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลตนเองได้ นั้น ในเร็วๆ นี้จะเข้าหารือกับทางผู้บริหารโรงพยาบาลรามา เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ในส่วนของการขายห้องชุดนั้นกรมธนารักษ์ได้ขายไปหมดแล้ว



