นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า  จากกรณีกลุ่มตัวแทนชาวชุมชนเคหะคลองเก้ากว่า 40 รายรวมตัวเข้าเจรจากับชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัดและเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 เขตพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ก.พ.69 ที่ผ่านมาเพื่อวิงวอนให้”ชะลอการยึดทรัพย์” หลังเกิดผลกระทบจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสามวาตะวันออก จำกัด จึงมีปัญหาในทางบัญชี ไม่ส่งสำเนารายงานประจำปีและงบการเงินประจำปีต่อนายทะเบียนสหกรณ์ ติดต่อกันนานถึง 7 ปี  ตั้งแต่ปี 2557-64

เป็นที่มาของคดีฟ้องร้องระหว่างชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัดในฐานะเจ้าหนี้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสามวาตะวันออก จำกัด รวมวงเงินกว่า  300 ล้านบาท ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสมาชิกสหกรณ์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนกว่า 1,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ใช้แรงงานที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตเพื่อหวังจะมีบ้านเป็นมรดกให้ลูกหลานแต่กลับมาต้องแบกรับภาระหนี้สิน รวมกันไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อ เพราะผู้เดือดร้อนได้ชำระหนี้ค่าบ้านให้กับสหกรณ์ฯไปหมดแล้ว โดยตัวแทนผู้ชุมนุมได้ยื่นข้อเรียกร้อง 2 ประการต่อชุมนุมสหกรณ์เครดินยูเนี่ยนแห่งประเทศไทยจำกัด   ประการแรกขอให้ชะลอการบังคับคดีและการยึดทรัพย์ออกไปก่อนเพื่อหาทางออกร่วมกัน  ประการต่อมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 2  เขตพื้นที่รับผิดชอบ นัดหารือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน  โดยเบื้องต้นการช่วยเหลือโดยเสนอให้สมาชิกผู้ได้รับความเดือดร้อน รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็น”สหกรณ์บริการประเภทเคหสถาน ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง”ขึ้นมารองรับ และขอให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.พิจารณาจัดการหนี้ทั้งหมดจากชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย จำกัด จากนั้นให้สมาชิกที่ค้างชำระดำเนินการชำระต่อกับทางพอช.จนกว่าการดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ฯใหม่แล้วเสร็จ

ส่วนการบังคับคดีทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดของผู้ค้างชำระจำนวน 20 รายนั้น ขอให้ชะลอเอาไว้ก่อน  แต่จากการหารือระหว่างสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหาพื้นที่ 2 กับชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯและสมาชิกสหกรณ์ผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 20 ราย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ทางชุมนุมฯในฐานะเจ้าหนี้แจ้งว่าแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวสมาชิกจะต้องไปดำเนินการประมูลในขั้นตอนของการขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี ซึ่งในทางกฎหมายบังคับคดีจะสงวนสิทธิ์ให้เจ้าของเดิมประมูลก่อนเป็นคนแรก

“บังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาดของสมาชิกเอาที่ดินเอาไปค้ำ  เราได้พูดคุยโดยมีแนวทางว่าให้ชะลอการบังคับคดีออกไปก่อน หลังจากนั้นก็จะเจรจา ผมส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยกับพอช.วันจันทร์นี้(9 ก.พ.)ว่าจะให้ตั้งสหกรณ์ใหม่ขึ้นมารองรับเป็นสหกรณ์ประเภทบริการเคหสถานบ้านมั่นคงโดยเฉพาะ ซึ่งผมได้ประสานงานบางส่วนไปบ้างแล้ว ส่วนคนที่ชำระหนี้หมดก็คืนโฉนดให้ไป คนที่ค้างชำระหนี้ก็ต้องมาชำระกับสหกรณ์ใหม่”