มื่อวันที่ 10 ก.พ. 69 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. แถลงเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่มีปัญหาและบกพร่อง ว่า จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หากเป็นไปตามที่ กกต. ประกาศ คือ ร้อยละ 65 ถือว่าลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 มากถึงร้อยละ 10 หรือกว่า 5 ล้านเสียง ดังนั้น กกต. ต้องมีคำตอบต่อการรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยว่า รณรงค์อย่างไรถึงมีคนออกมาใช้สิทธิจำนวนน้อยลง หรือเป็นเพราะการนับจำนวนที่บกพร่อง

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า กับประเด็นการซื้อเสียงที่ กกต. ไม่สามารถจับได้เลย แต่พบว่าทุนเทาถูกพูดถึงเต็มทุกพื้นที่ รวมถึงการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เพราะมีหลายหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายวิดีโอและมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี และเขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

“กกต. ต้องนับคะแนนที่มีปัญหาใหม่ โดยเปิดหีบใหม่ ซึ่ง กกต. ทั้ง 7 คน มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน” น.ส.นันทนา กล่าว

ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการลงคะแนนให้กับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1-5 ที่ส่อพิรุธ บางคนบอกว่าเป็นลูกโดด ที่ยิงเฉพาะเขต เวลาเลือกให้จำเบอร์ของผู้สมัคร สส.เขตเป็นหลัก ซึ่งอาจตรงกับหมายเลขของผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคอื่น

“จากการตรวจสอบบางพื้นที่เบอร์ 1-5 ได้ คะแนน สส.เขตหลักร้อยหรือหลักพันคะแนน แต่บัญชีรายชื่อได้เป็นแสน เช่น เขต 3 ชัยภูมิ เบอร์ 1 เขต 4 กาญจนบุรี เขต 5 และ 10 เชียงใหม่ เขต 1 เพชรบูรณ์ เขต 8 นครราชสีมา ที่ สส.เขตเลือกพรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่ออีกพรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขเดียวกัน ดังนั้น ขอให้ กกต. ลงไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น หรืออะไรดลใจให้เลือกแบบนี้” นายเทวฤทธิ์ กล่าว.