เมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรค และผอ.การเลือกตั้ง พรรคประชาชน และนายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคประชาชน ร่วมกันแถลงถึงการดำเนินการของพรรคประชาชน ในการตรวจสอบ กกต. เรื่องการจัดเลือกตั้ง 69 โดยนายกิตติชัย กล่าวว่า ประเด็นแรกทางพรรคประชาชนขอเรียกร้องให้ทาง กกต. สั่งการให้สำนักงาน กกต.จังหวัด ทุกจังหวัดเปิดเผยรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วย หรือแบบ สส 5/18 ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์ กกต. ซึ่งขณะนี้ทางผู้สมัครทั้ง 400 เขต และประชาชนกำลังติดตามผลนับคะแนนอยู่ว่าถูกและตรงตามที่ได้มีการประกาศผลหรือไม่

นายกิตติชัย กล่าวว่า เรื่องที่สองขณะนี้ในส่วนของผู้สมัครพรรคประชาชนได้มีการยื่นหนังสือต่อ กกต.จังหวัด ทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 18 เขต เพื่อขอให้มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่ ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น เขต 3 ลำปาง เขต 2 สุราษฎร์ธานี เขต 1 ชลบุรี เขต 1 มหาสารคาม เขต 1 นครราชสีมา เขต 13 ชัยนาท เขต 1 สมุทรปราการ เขต 6 ตาก เขต 1 สระบุรี เขต 1 เชียงใหม่ เขต 6 เชียงราย เขต 6 นครราชสีมา เขต 2 และ สุพรรณบุรี ยกจังหวัดทั้ง 5 เขต หลังจากนี้เข้าใจว่าทางผู้สมัครเขาเรากำลังมีการยื่นเพิ่มเติมอีกนอกเหนือจาก 18 เขตนี้ด้วย
นายกิตติชัย กล่าวต่ออีกว่า เรื่องที่สามทางพรรคประชาชนได้มีการเปิดเว็บไซต์ https://ppleth.ai/issue69 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเรื่องของการแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร รวมถึงการส่งหลักฐาน ซึ่งขณะนี้เราได้ทำงานร่วมกับทาง Vote.62 ด้วยเช่นกันในการรับข้อมูล พร้อมได้ตั้งทีมกฎหมายโดยมีนายธีระ เป็นหัวหน้าคณะพิจารณาในการยื่นเรื่องคำร้องไปสู่ กกต. โดยในเว็บไซต์ดังกล่าวจะแจ้งสถานะการดำเนินการว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้วด้วย
ด้านนายธีระ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากพรรคประชาชนให้ตรวจสอบการเลือกตั้งว่าเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาหลังการเลือกตั้ง ตามที่ปรากฏต่อหน้าสื่อมวลชนก็คือเราพบว่ามีข้อเท็จจริงจำนวนมาก ที่ส่อแสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจจะมีกรณีที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมอยู่ไม่น้อยเลย ในฐานะที่พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ลงสู่สนามเลือกตั้ง เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้ควบคู่กันไปกับการทำหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะกรณี จ.ชลบุรี เขต 1 และกรณี จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ซึ่งกรณีของ จ.ชลบุรี เขต 1 ปรากฏเป็นข่าวมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา และกลายเป็นประเด็นใหญ่โต มีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เท่าที่ทราบคือบ่ายวันนี้ทาง กกต.มีมติให้ กตต. จังหวัดชลบุรี รวบรวมข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ประมาณ 2 วัน หลังจากนั้นให้ส่งให้ กกต.พิจารณาว่าจะใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร

นายธีระ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนตั้งข้อสังเกตการใช้ดุลพินิจของ กกต. ว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเขต 1 จ.ชลบุรี มันมีความน่าสงสัยหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าดับในขณะที่มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ในขณะที่พัดลมยังเปิด นอกจากนั้นปรากฏว่าตัวผลคะแนนก็มีความไม่เท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้นตัวหีบบัตรเลือกตั้งไม่มีสายรัดหีบ ซึ่งแสดงข้อพิรุธบางอย่าง และสุดท้ายใบประกาศผลคะแนนแทนที่จะอยู่กับทางหีบเลือกตั้ง แต่ถูกทิ้งลงขยะ ข้อเท็จจริงตรงนี้ถ้าจะว่ากันในทางการประเมินพยานหลักฐานก็คงจะบอกได้ว่ามันมีความชัดเจนอันมีเหตุที่เชื่อได้ว่าน่าจะมีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ แต่ กกต. ใช้ดุลพินิจขอให้ทาง กกต. จังหวัดรวบรวมข้อเท็จจริงว่าจะมีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่อย่างไร
นายธีระ กล่าวว่า เนื่องจากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น จ.ชลบุรี หรือเขตไหน เราต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม การที่ประชาชนไปอยู่ในบริเวณที่มีการเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง นั่นแสดงว่าเขาต้องการที่จะใช้เจตนาของเขาที่จะเลือกหรือไม่เลือกใคร มันสะท้อนออกมาอย่างเป็นจริง ไม่ใช่มีการเปลี่ยนหีบบัตร หรือทำให้บัตรเสีย และตอนนี้ประชาชนรอมาตั้งแต่เมื่อวาน ผู้สมัครของพรรคในเขต 1 จ.ชลบุรี ก็ไปอยู่ที่นั่นกับประชาชน ทั้งนี้เราขอบคุณในความกล้าหาญของประชาชนที่ช่วยกันรักษาให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านอาจจะต้องอยู่ในบริเวณนั้น 1-2 วัน ถ้าหากทำได้ และผู้สมัครของเราก็จะร่วมอยู่ตรงนั้นด้วย เพื่อจะได้ดูว่าในอีก 2 วัน ทาง กกต. จะมีความเห็นสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือไม่ ประชาชนและทางพรรคจะจับตาดูอย่างใกล้ชิด
นายธีระ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ใช่เป็นเรื่องของการขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แต่เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบพบว่าการเลือกตั้งในเขต 2 พระนครศรีอยุธยา อาจจะมีประเด็นเรื่องการเลือกตั้งที่เกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ข้อเท็จจริงคือทางพรรคได้รับคลิปที่ประชาชนส่งมาว่ามีผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พูดในลักษณะถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา คือซื้อเสียงค่อนข้างชัดเจน ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ ถ้าหากปรากฏเป็นความจริง ก็จะนำไปสู่การที่ กกต. มีอำนาจที่จะไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ รวมทั้งระงับสิทธิในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กระทำผิดกฎหมายได้ ทั้งนี้ได้มีการเปิดคลิปที่เป็นการแจกเงินซื้อเสียงให้สื่อมวลชนดูด้วย

นายธีระ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงตามคลิปนี้เป็นหลักฐานที่ทางพรรคจะได้ยื่นไปทาง กกต. เพื่อให้พิจารณาว่าเข้าข่ายกรณีทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และพิจารณาว่าจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของผู้สมัคร ที่มีส่วนร่วมกับการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะในสองกรณีข้างต้นเท่านั้น ที่ทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกตั้งข้อสงสัย และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในหลายจังหวัดและหลายเขตไม่ได้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีความชัดเจน มีข้อน่าสังเกตหลายประการ
นายธีระ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพรรคพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งแล้วมาตีรวน แต่การเลือกตั้งแต่ละครั้ง ประชาชนเลือกเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ หากพรรคการเมืองไหนหรือผู้สมัครรายใดที่ต่อไปจะไปจัดตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลที่ได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม ไม่ว่าจะอย่างไรพรรคประชาชนจะทำงานคู่ขนานกันไปกับประชาชนในการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมต่อไป ไม่ใช่ว่าพรรคประชาชนแพ้ไม่ได้ แต่พรรคประชาชนยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่สุจริต



