เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยระบุว่า ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และขอชื่นชมการปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการยึดอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. 2568 ถึงวันที่ 1 มี.ค. 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้นในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน

พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ (11 ก.พ.) จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้ 1.การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์และทุนเทาจากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆ อย่างจริงจัง

2.จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่าเป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรงที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง 3.จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึดอายัด และตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่พรรคฯ ได้นำเสนอตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และกำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป

“การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเชื่อมั่นว่ารัฐบาล ปปง. และทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์และปกป้องศักดิ์ศรีของตลาดทุนไทยและประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป”