โรนัลด์ อเราโฮ กัปตันทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของสาเหตุที่เขาหายหน้าหายตาไปจากทีม เพราะต้องเจอปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต ที่เขามักมีอาการวิตกกังวลมาตลอด 1 ปีครึ่ง ก่อนที่อาการดังกล่าวจะลุกลามกลายเป็น “โรคซึมเศร้า” ในเวลาต่อมา ทำให้ อเราโฮ ขอร้องไปยังสโมสรเพื่อหยุดพักการลงแข่ง เพื่อรักษาให้หายขาดและกลับมาลงเล่นได้เป็นปกติ

อเราโฮ เปิดใจหลังผ่านเหตุการณ์นี้มาได้ เขาบอกว่า ความรู้สึกทุกอย่างมันเหมือนพังทลายลงในเกมที่ บาร์ซา พบกับ เชลซี ซึ่งเขาโดนใบแดงในนาทีที่ 44 ของเกม เขาจึงตระหนักได้ว่าตัวเองควรพักจากการเล่นฟุตบอล “หลังจบเกมกับ เชลซี ผมรู้เลยว่าทุกอย่างมันพังหมดแล้วไม่มีชิ้นดีเลย” อเราโฮ กล่าวผ่านสื่ออย่าง มุนโด เดปอร์ติโบ
“ผมรู้สึกเจ็บปวดกับความวิตกกังวลที่ผมพบเจอมาตลอด 1 ปีครึ่ง ก่อนมันจะกลายมาเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด และผมก็ลงเล่นฟุตบอลโดยมีมันเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งมันไม่ช่วยอะไรดีขึ้นเลย เพราะพอเวลาลงสนาม จะรู้สึกว่าไม่ชอบตัวเองเอาเสียเลย แน่นอนว่า ผมรู้ถึงคุณค่าและสิ่งที่ผมทำเพื่อทีมได้ แต่ผมรู้สึกแย่มาก เลยไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ต่อไป”
หลังจากนั้น อเราโฮ ในวัย 26 ปี จึงขอสโมสรในการหยุดพักการเล่นในเดือนธันวาคม และรับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่อาการของเขาจะดีขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้พลาดการลงสนามไป 7 นัด แล้วกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองในช่วงเดือนมกราคม เกมสแปนิช ซูเปอร์ คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ รีล มาดริด ซึ่งเขาได้กลับมาเป็นตัวจริงในเกมกับ อัลบาเซเต ศึกโกปา เดล เรย์

อเราโฮ กล่าวถึงการหยุดพักจากการเล่นฟุตบอลว่า นั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน “การหยุดพักการเล่น มันทำให้ผมอาการดีขึ้นมากๆ เลย ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย”
อาการวิตกกังวล ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว โดยเฉพาะกับบรรดาคนดังที่มีชื่อเสียง เพราะพวกเขามักจะถูกกดดันจากสโมสร, สังคม และแฟนบอล กับความหวังที่สูง ซึ่งคำพูด คำก่นด่าที่มักมาเมื่อนักกีฬาคนใดคนหนึ่งเกิดข้อผิดพลาด เป็นสิ่งที่ต้องแลกกับชื่อเสียงที่ได้มา โรนัลด์ อเราโฮ ทำให้เห็นแล้วว่าการหยุดพักสิ่งที่ทำให้เขาวิตกกังวล ช่วยให้ลดความเครียดสะสมได้ดีมากเลยทีเดียว
ภาพ Gettyimages



