สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ต้อนรับนายคริส ไรธ์ รมว.พลังงานสหรัฐ ที่กรุงการากัส โดยกล่าวว่า จะผลักดันให้เกิด “การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล” ของปริมาณการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ “ทำให้ภูมิภาคอเมริกาขับเคลื่อนไปสู่ความยิ่งใหญ่” ตามแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ


ขณะเดียวกัน ไรธ์กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา กำลังอยู่ใน “จุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์” และเชื่อว่า จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมอย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ทิศทางของประเทศ ความสัมพันธ์ทวิภาคี และสภาวะทางธุรกิจเพื่อการพาณิชย์และการค้าในซีกโลกตะวันตก

นอกจากนี้ ไรธ์ย้ำว่า ทรัมป์มี “ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า” ที่จะเปลี่ยนโฉมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน


นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันที่สหรัฐบังคับใช้กับเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2562 นั้น “สิ้นสุดลงแล้วโดยสิ้นเชิง” ไรธ์กล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของสหรัฐ เร่งฟื้นฟูภาคส่วนนี้และเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้หลายล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมทั้งยืนยันว่า “จะมีการแบ่งปันผลกำไรร่วมกัน”


ด้านโรดริเกซกล่าวว่า เธอสนับสนุน “หุ้นส่วนการผลิตระยะยาว” ที่ “เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ” อนึ่ง ทรัมป์ให้การรับรองการขึ้นสู่อำนาจของโรดริเกซ ในฐานะรักษาการประธานาธิบดี แทนที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งหน่วยรบพิเศษของสหรัฐบุกเข้ามาจับกุมตัว เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ภายใต้เงื่อนไขว่า เธอจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ในเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันมหาศาลของเวเนซุเอลา และการผ่อนปรนการปราบปรามโดยรัฐ


เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐดำเนินการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็นครั้งแรก ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเวเนซุเอลามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,519.75 ล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP