สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่ทำเนียบขาว นับเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันครั้งที่ 7 ของเนทันยาฮู นับตั้งแต่ทรัมป์กลับคืนสู่อำนาจเป็นสมัยที่สอง
ทั้งนี้ สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า เนทันยาฮู “ยืนหยัดในความต้องการด้านความมั่นคงของอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการเจรจากับอิหร่าน” และมีการลงนามอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าเป็นสมาชิก “คณะกรรมการสันติภาพ” ซึ่งรัฐบาลทรัมป์เป็นผู้ก่อตั้ง ระหว่างพบหารือกับนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ
'PEACE IN THE MIDDLE EAST': President Trump addressed his meeting with Israeli PM Netanyahu in Washington, DC, reaffirming "the tremendous relationship between our two Countries."
— Fox News (@FoxNews) February 11, 2026
"There was nothing definitive reached other than I insisted that negotiations with Iran continue to… pic.twitter.com/g2JQ0fw0LU
ขณะที่ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียล ว่าการพบหารือครั้งนี้ “ยังไม่มีข้อสรุปใดที่แน่นอน” นอกเสียจากว่า สหรัฐต้องการให้การเจรจากับอิหร่านดำเนินต่อไป เพื่อดูว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ ซึ่งหากมีการบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ “จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า” แต่หากไม่ได้ “ต้องดูว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร”
จนถึงตอนนี้ อิหร่านยังปฏิเสธที่จะขยายขอบเขตการหารือกับสหรัฐให้เกินกว่าเรื่องนิวเคลียร์ แม้รัฐบาลวอชิงตันจะต้องการนำเรื่องขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธมาวางบนโต๊ะเจรจา ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ยืนกรานว่า รัฐบาลเตหะรานจะไม่ยอมต่อ “ข้อเรียกร้องที่เกินกว่าเหตุ” ในเรื่องนิวเคลียร์ แต่ยังคงยืนกรานว่า โครงการนิวเคลียร์อิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



