วานนี้ (11 ก.พ. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศเผยกรณีที่น่าตกใจของนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษผู้กลายเป็นคุณแม่มือใหม่แบบไม่ทันตั้งตัวระหว่างที่เธอกำลังเดินทางท่องเที่ยวรอบออสเตรเลีย 

หญิงสาวคิดว่าตัวเองมีอาการท้องเสียในตอนแรก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น “เจ็บท้องใกล้คลอด” และคลอดทารกเพศหญิงน้ำหนักประมาณ 2.9 กิโลกรัม ออกมา

เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว แฮตตี เชพเพิร์ด วัย 21 ปี เริ่มต้นออกเดินทางท่องเที่ยวระยะยาวกับแฟนหนุ่ม เบลีย์ ชีเดิล วัย 22 ปี ที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ทั้งคู่เพลิดเพลินกับปาร์ตี้ริมหาด การล่องเรือเพื่อกินดื่มและสังสรรค์อย่างสุดเหวี่ยง

หลังจากนั้นอีก  6 เดือนต่อมา เชพเพิร์ดเริ่มรู้สึกไม่สบาย ตอนแรกเธอเข้าใจว่าที่ตัวเองรู้สึกปวดเกร็งที่ท้องนั้นเป็นเพราะมีอาการท้องเสีย แต่หลังจากกินยาพาราเซตามอลไป 2 เม็ด อาการของเธอกลับแย่ลงและกลายเป็นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ท้องด้านขวา ทำให้นักศึกษาสาวรายนี้สงสัยว่าเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบ จึงรีบมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโกลด์โคสต์ในรัฐควีนส์แลนด์ทันที

หลังจากแพทย์ตรวจด้วยการทำอัลตราซาวนด์ท้องของเธอก็พบสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดเกร็งอย่างรุนแรง นั่นคือ เธอกำลังจะ “คลอดลูก”

“ฉันจำได้ว่าหันไปมองหน้าหมอตอนที่เขากำลังอัลตราซาวนด์ เขามีสีหน้าที่ดูสับสนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยค่ะ” เชพเพิร์ดกล่าว “ฉันถามเขาว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และเขาก็บอกว่า ‘มีเด็กอยู่ในนี้’ ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะฉันกินยาคุมอยู่ แต่หมอบอกว่า ‘ไม่ครับ เด็กกำลังจะออกมาตอนนี้เลย คุณเจ็บท้องคลอดอยู่’”

เชพเพิร์ดบอกว่า ตอนแรกเธอไม่เชื่อและอธิบายว่าสถานการณ์ตอนนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาตลอดชีวิต

แม้จะตกใจสุดขีด แต่หญิงสาวรายนี้ซึ่งมีรูปร่างเล็กและไม่มีอาการแพ้ท้องใดๆ เลย ก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยชื่อ ไอส์ลา-เกรซ ชีเดิล ในอีก 10 ชั่วโมงต่อมา

แฮตตี เชพเพิร์ดคลอดลูกสาวอย่างกะทันหันโดยไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตั้งครรภ์

ภายหลังเธอได้พบสาเหตุที่ทำให้ไม่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ว่าเป็นเพราะรกของเธอถูกดันมาอยู่ด้านหน้าของมดลูก ซึ่งช่วยกันแรงกระแทกจนทำให้เธอไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของลูกในท้อง นอกจากนี้ ทารกยังเติบโตอยู่ทางด้านหลังใกล้กับกระดูกสันหลัง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมว่าที่คุณแม่ผู้นี้ถึงไม่มีพุงหรือหน้าท้องยื่นออกมาเหมือนคนตั้งครรภ์ตามปกติ 

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ภาวะตั้งครรภ์แบบไม่รู้ตัว (Cryptic Pregnancy) ซึ่งแม้จะฟังดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วพบได้บ่อยกว่าที่คิด เฉพาะในออสเตรเลียคาดการณ์ว่า 1 ใน 475 ของการตั้งครรภ์จะเป็นแบบไม่รู้ตัว (รู้หลัง 20 สัปดาห์ไปแล้ว) และกรณีที่ไม่รู้ตัวจนกระทั่งถึงตอนคลอดเลยนั้น พบได้ประมาณ 1 ใน 2,500 ราย

ในกรณีของเชพเพิร์ด เธอป่วยเป็น โรคเกรฟส์ (Graves’ disease) ด้วย โรคนี้เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่โจมตีต่อมไทรอยด์ ทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย ในบางกรณีอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นด้วย

“โรคที่ฉันเป็นทำให้น้ำหนักตัวของฉันขึ้นยากมาก พอดีหมอเพิ่งเพิ่มปริมาณยาให้ฉัน ก็เลยคิดว่ายามันได้ผลดี” เชพเพิร์ดอธิบาย โดยตั้งข้อสังเกตว่าเธอน้ำหนักขึ้นมานิดหน่อยก่อนคลอดไอส์ลา-เกรซ “เมื่อก่อนฉันน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์พอสมควร แต่ฉันเริ่มกลับมากินอาหารสุขภาพและเข้าฟิตเนสส์ พยายามเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างจริงจัง ดังนั้นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมา ฉันจึงคิดว่าเป็นเพราะตัวเองตั้งใจทำน้ำหนักเพิ่มค่ะ”

ด้วยความที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองตั้งครรภ์ เชพเพิร์ดจึงใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และยอมรับว่าเธอคือ “พวกเสพติดอะดรีนาลีน” ที่ชอบความตื่นเต้น เพียงไม่กี่เดือนก่อนคลอด เธอเพิ่งไปเล่นเครื่องเล่น Slingshot ที่ Surfers Paradise ซึ่งจะเหวี่ยงคุณขึ้นไปบนฟ้าด้วยความเร็ว 160 กม./ชม.

ตำแหน่งรกและเด็กในท้องที่ไม่เหมือนคนตั้งครรภ์ทั่วไป ทำให้เชพเพิร์ดไม่รู้ตัวว่ากำลังจะมีลูก

เธอกล่าวเสริมว่า “ฉันกับเบลีย์เช่าเรือออกไปฉลองวันเกิดครบ 21 ปีของฉันเมื่อเดือนกันยายน เรากระโดดลงน้ำ ดื่มเหล้า มันเป็นงานวันเกิดปกติทั่วไปเลย และก่อนที่ลูกจะเกิดแค่ 2 สัปดาห์ ก็คือคืนวันเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ฉันกับแฟนไปดูพลุที่ชายหาดและออกไปเที่ยวกันก่อนหน้านั้น”

หลังจากคลอดลูกสาวเมื่อตอนต้นปีนี้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านที่ดอนคาสเตอร์ ประเทศอังกฤษ และยอมรับว่าการมาเที่ยวออสเตรเลียครั้งนี้ พวกเขาได้ “ของขวัญ” ที่มากกว่าแค่ความทรงจำกลับไปด้วย 

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Facebook / Hattie Sheppard