เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 13 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคิวอาร์โค้ดในบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร และเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ว่า พรรคเพื่อไทยทราบเรื่องมา 2 วันที่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เบื้องต้นทราบว่าสมัยก่อนบัตรเลือกตั้งจะมีเพียงรหัสลับ เพื่อให้รู้ว่าบัตรเลือกตั้งไปอยู่ที่หน่วยไหน อยู่ในจุดเล็กๆ ข้างบัตรเท่านั้น แต่การมีบาร์โค้ดเพิ่มขึ้นในขณะนี้ เท่าที่ตรวจสอบหากสามารถระบุได้ว่ามาจากต้นขั้วบัตรไหน เพราะบัตรจะมีต้นขั้ว และฉีกบัตรให้ประชาชน แต่บัตรที่ประชาชนลงคะแนนจะมีบาร์โค้ดอยู่ หากตรวจสอบได้ว่ามาจากต้นขั้วบัตรไหน อย่างนี้จะรู้ว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร ให้กับพรรคไหน ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยหารือกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าหากเป็นเช่นนี้การเลือกตั้งจะไม่เป็นความลับ หากเป็นเช่นนี้ ต้องร้องว่าอาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นความลับ
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการเลือกตั้งสั่งเป็นโมฆะ 2 เรื่อง คือ 1.การเลือกตั้งไม่เป็นความลับสามารถรู้ได้ และ 2.การเลือกตั้งไม่พร้อมกัน ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังศึกษาการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เมื่อถามย้ำว่า ถ้าตามกฎหมายสามารถสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ได้ศึกษาดูแล้วต้องร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่สามารถวินิจฉัยได้เองว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต. ทำได้แค่สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และนับคะแนนใหม่ ถ้ากระบวนการเป็นอย่างนี้ ต้องส่งไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยกำลังศึกษาข้อกฎหมายอย่างเคร่งเครียด
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นเองหรือไม่หากตรวจสอบเจอ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าไปได้ก็ต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้มีความชัดเจน ถ้าหากจะร้องอะไรไปก็ต้องชัด ส่วนหากไม่เป็นความลับจะมีความผิดหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง



