เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. (ช่วยราชการ บช.น.) พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่ห์กันภัย ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น พ.ต.อ.สุทธิชัย เทียนโพธิ์ ผกก.3 บก.สอท.5 พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.รชต พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ดส.บช.น. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ภ.8 และตำรวจ บช.สอท.

ได้เปิดปฎิบัติการเมื่อวันที่ 11 ก.พ. นำหมายค้นศาลจังหวัดทุ่งสง เข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายใน ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ปืน M16 A1 จำนวน 2 กระบอก และระเบิดสังหาร M 67 จำนวน 2 ลูก ปืนลูกซอง MK 12 ปืนยาวขนาด .22 ปืนพกสั้นและปืนไทยประดิษฐ์ รวม 9 กระบอก กระสุนขนาด 5.56 ขนาด 7.62 และขนาดอื่นๆ รวมเกือบ 300 นัด และยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง

สืบเนื่องจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) สืบสวนหาข่าวว่ามีการจำหน่าย แพร่กระจายสู่ เด็กและเยาวชน รวมไปถึงตะเข็บชายแดน จึงได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกแกะรอยอาชญากรรม และอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.ทุ่งสง เครือข่ายคนร้ายฉายา “แบอ๋องลาย” ต้นตอการแพร่หลายของอาวุธสงครามที่ถูกกระจายเข้าสู่สังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.ดส.บช.น. ได้แฝงตัวรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถระบุตัวตนและพิกัดของเครือข่ายรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ได้สำเร็จ ก่อนจะประสานความร่วมมือกับ บก.สส.ภ.8 และ บช.สอท. เพื่อเข้าปฏิบัติการ ถอนรากถอนโคน ตัดวงจรอาวุธสงครามที่กระจายสู่สังคมและพื้นที่อ่อนไหวบริเวณชายแดนประเทศไทยได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่ กก.ดส.บช.น. เน้นย้ำว่า ปืนเถื่อน ถือเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเยาวชน ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการตัดวงจรอาวุธสงครามที่พบว่าได้มีการซื้อขายและแพร่กระจายสู่ เด็ก เยาวชน อาชญากรสังคม รวมถึง พื้นที่อ่อนไหวบริเวณชายแดนประเทศไทย ซึ่งการเข้าถึงอาวุธร้ายแรงถือเป็นภัยคุกคามระดับชาติที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ

สำหรับหน้าที่ของ กก.ดส.บช.น. ไม่ใช่แค่การปราบปราม แต่คือการเฝ้าระวังไม่ให้อาวุธเหล่านี้เข้าถึงมือเด็กและเยาวชน หรือถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมในวงกว้าง นำมาสู่การทลายเครือข่ายอาวุธปืนดังกล่าว คือการหยุดยั้งเหตุสลดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เบื้องเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ และ ยาเสพติด กับผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้ กก.ดส.บช.น. จะดำเนินการขยายผลจากข้อมูลทางดิจิทัลเพื่อลากตัว “ต้นตอ” และผู้สนับสนุนเครือข่ายปืนออนไลน์นี้มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด.