เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมรับว่า บัตรเลือกตั้งมีโค้ดประจำใบซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับสมุดต้นขั้วได้ จนเกิดข้อกังวลเรื่องความลับของผู้ใช้สิทธิ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jessada Denduangboripant”
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “สอนหัวคะแนน วิธีเช็กชื่อคนรับเงินซื้อเสียง จากการสแกนบาร์โค้ด” จากข่าวล่าสุด ที่ กกต. ยอมรับแล้วว่า บัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ไม่ว่าจะเป็นแบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.เขต ที่มีโค้ดอยู่นั้น สามารถสแกนเพื่อเป็นเลขประจำของบัตรแต่ละใบ และสามารถย้อนกลับไปถึงสมุดต้นขั้ว ทำให้ระบุได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นของบุคคลรายได้ (ซึ่งสุ่มเสี่ยงจะผิดรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไป โดยทางตรงและลับ) แต่ กกต. ก็อ้างว่า ถ้าความลับนี้จะเปิดเผยได้ ก็ต้องมีคนลักลอบเอาสมุดต้นขั้ว มาเปิดสแกนเทียบกับบัตรเลือกตั้ง และ กกต. ยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย ในการเก็บเอกสารการเลือกตั้ง อันนี้เข้มงวดแน่นอน (จริงหรือครับ)

“ก็เลยมาคิดหาวิธีการที่จะตรวจเช็คว่าใครจะเลือกอย่างไร โดยไม่ต้องใช้สมุดต้นขั้วก็ได้ ซึ่งก็มีวิธีอยู่นะครับ เผื่อท่านหัวคะแนน จะเอาไปลองใช้ในการเช็คชื่อเช็กบิล คนที่รับเงินไปแล้ว และตั้งแต่ตอนตั้งแถวเพื่อเข้าไปรับบัตรและกาบัตรเลือกตั้งในคูหา ก็ให้คนไปตั้งกล้องบันทึกเอาไว้ ว่าลำดับของคนที่เข้าไปนั้น มีใครบ้าง ซึ่งในหน่วยเลือกตั้งเล็กๆ ก็น่าจะพอรู้จักกันถ้วนหน้า ทั้งหมู่บ้าน อีกทั้ง ปล่อยให้ใช้สิทธิกันไปให้เสร็จ แต่พอมานับคะแนน ก็ไปตั้งกล้องถ่ายผลการนับคะแนนทีละใบ”
นอกจากนี้ “เอาภาพของบัตรแต่ละใบ มาสแกนโค้ดดู ก็จะได้ตัวเลขออกมา เรียงลำดับไปเรื่อยๆ ตั้งแต่คนแรกถึงคนสุดท้ายได้ และเอาลำดับที่ได้ทั้งหมดนั้น กลับไปเช็กเทียบกับภาพของคนที่มาต่อคิวเลือกตั้ง ก็จะรู้แล้วว่าใครเลือกเบอร์อะไรครับ นอกจากนี้ สามารถใช้หลักการที่บอกว่า สมุดเล่ม 1 จะมี 20 ใบ มาใช้ในการตรวจทานเช็กได้ด้วย ว่าเป็นไปตามลำดับที่ควรจะเป็นหรือเปล่า”
อย่างไรก็ตาม “ยิ่งถ้าเกิดมีเส้นมีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง ก็แอบขอเอาเลขจากสมุดต้นขั้ว ที่เริ่มต้นของแต่ละเล่ม มาเช็กเทียบได้ด้วยครับ ให้ชัวร์ว่าไม่ผิดพลาด จากนั้นก็ไปไล่เก็บได้เลยครับ ใครที่รับเงินไปแล้ว แล้วไม่ยอมกาตามที่รับปากไว้ ใครมีไอเดียวิธีอื่นๆ ก็มาแชร์กันได้นะครับ”
ขอบคุณข้อมูล : Jessada Denduangboripant



