สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่านายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก ( เอ็มเอสซี ) ที่เมืองมิวนิก มีเนื้อหาตอนหนึ่งพาดพิงถึงสหรัฐอย่างตรงไปตรงมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันมีแนวโน้มดำเนินนโยบายต่อจีนในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับ “การยุยงและวางแผนที่จะแบ่งแยกจีนผ่านประเด็นไต้หวัน ซึ่งถือเป็นการล้ำเส้นตายของรัฐบาลปักกิ่ง” และสิ่งนี้ “มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับจีน”


หวังกล่าวเสริมว่า จีนหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลวอชิงตันจะยึดถือแนวทางที่ “สร้างสรรค์และใช้งานได้จริง” แต่ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่า “จีนเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ ไว้แล้ว” แต่ไม่มีการขยายความ


ทั้งนี้ จีนอ้างสิทธิเหนือไต้หวันว่าเป็น “มณฑลโพ้นทะเล” และไม่เคยตัดทางเลือกในการใช้กำลังทหารเพื่อการรวมชาติ ขณะที่สหรัฐเป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดหาอาวุธรายใหญ่ที่สุดของไต้หวันมาอย่างยาวนาน โดยไม่เคยยอมรับรัฐบาลไทเปอย่างเป็นทางการ


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของรัฐบาลปักกิ่งยังแสดงความเห็น ต่อความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับญี่ปุ่น ซึ่งตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดอย่างหนักนับตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว และเธอมีจุดยืนทางการเมืองต่อจีนในแบบ “สายเหยี่ยวสุดโต่ง” ว่า “ชาวญี่ปุ่นไม่ควรยอมให้ตัวเองถูกชักจูงหรือหลอกลวงโดยกลุ่มขวาจัดเหล่านั้น หรือโดยผู้ที่พยายามรื้อฟื้นลัทธิทหารอีกต่อไป”


นอกจากนี้ หวังกล่าวว่า “ประเทศที่รักสงบทุกประเทศควรส่งคำเตือนที่ชัดเจนไปยังญี่ปุ่นว่า หากญี่ปุ่นเลือกที่จะเดินต่อไปบนเส้นทางนี้ ก็มีแต่จะมุ่งหน้าไปสู่ความหายนะของตนเองเท่านั้น”.

เครดิตภาพ : AFP