สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา คณะกรรมการธุรกรรมได้ประชุมหารือครั้งที่ 2/2569 โดยมีรายคดีสำคัญที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้คณะพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว เห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งปรากฏคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 16 ก.พ. ทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ได้รับรายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนทางการเงิน สำนักงาน ปปง. ว่า สำหรับ 4 รายคดีสำคัญที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้คณะพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินกว่า 13,074 ล้านบาทตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว (ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.68 เป็นระยะเวลา 90 วัน) ของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว เห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ประกอบด้วย
1) รายคดี น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์
กรณี MR. LEAK YIM (นายยิม เลียก) นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) MR. SMITH BEN (นายเบน สมิธ) และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ (ภรรยาปัจจุบันของนายเบน สมิธ) กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยงนายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน
ผลคดีส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (คำสั่ง ย.300–302/2568 และ ย.305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
2) รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก
สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยงนายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group (ปรินซ์กรุ๊ป) กลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา
ผลคดีส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ (คำสั่ง ย.293/2568 เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
3) รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก
สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน
ผลคดีส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ (คำสั่ง ย.297/2568 เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
4) รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก
กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์
ผลคดีส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ (คำสั่ง ย.296/2568 เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
รายงานภายในสำนักงาน ปปง. ระบุต่อว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นำโดยนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และในฐานะโฆษกสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการส่งมอบสำนวนคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท ให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในวันอังคารที่ 17 ก.พ. เวลา 11.00 น. ณ ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการไทย ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ รายการทรัพย์สินรวมมูลค่า 13,074 ล้านบาทดังกล่าว ในจำนวนนี้มีหุ้นของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายเบน สมิธ รวมอยู่ด้วย
รายงานภายในสำนักงาน ปปง. ระบุต่อว่า ส่วนใหญ่ภายหลังจากที่ ปปง. สรุปสำนวนรายการยึดอายัดทรัพย์สินส่งไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษแล้ว ทางพนักงานอัยการมักไม่มีการตั้งข้อไม่สมบูรณ์ เนื่องจากพยานหลักฐานที่ส่งไปส่วนใหญ่ผ่านขั้นตอนการมีมติของคณะกรรมการธุรกรรม จึงทำให้สำนวนมีความสมบูรณ์ถึง 100%
แต่หากพนักงานอัยการมีการตั้งข้อไม่สมบูรณ์ ขอให้ ปปง. ไปดำเนินการเพิ่มเติม ทางพนักงานอัยการจะกำหนดวันเวลาให้ ปปง. สรุปสำนวนกลับคืนมาอย่างชัดเจน เนื่องจากอำนาจในการยึดอายัดตามกรอบกฎหมายมีเวลาเพียง 90 วัน เพื่อให้อัยการคดีพิเศษยื่นเสนอศาลแพ่งได้ทัน หากไม่ทัน ทรัพย์สินที่ยึดอายัดไว้ก็จะหลุดคืนแก่เจ้าของ
ส่วนกระบวนการของศาลแพ่ง เมื่อได้รับสำนวนจากพนักงานอัยการคดีพิเศษแล้ว ศาลจะใช้ดุลพินิจพิจารณาสำนวน และศาลจะออกหมายแจ้งคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์สินต่อเนื่องไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดใน 4 คดีสำคัญ รวมมูลค่า 13,074 ล้านบาท ศาลแพ่งจะพิจารณาจากจำนวนความเสียหายและมูลค่าความเสียหายก่อน โดยหากมูลค่าความเสียหายน้อยกว่าจำนวนทรัพย์สินที่ ปปง. ได้ยึดและอายัดไว้ (ซึ่งในคดีนี้มีความเป็นไปได้) ส่วนที่เหลือจะตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ หลักกฎหมายของ ปปง. ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แต่ในปี 2558 ได้มีการแก้ไขกฎหมาย โดยกำหนดว่าในกรณีที่คดีมีผู้เสียหาย ทรัพย์สินจะต้องเฉลี่ยชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายก่อน
รายงานภายในสำนักงาน ปปง. ระบุอีกว่า ล่าสุด ปปง. ได้เปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายไว้ก่อน 2 รายคดี คือ
- รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก และ
- รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก
ซึ่งพฤติการณ์ทางคดีและห้วงเวลาการเกิดเหตุแตกต่างกัน กรอบเวลาในการเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจึงเป็นวันเวลาที่แตกต่างกันไป
อย่างไรก็ตาม สำนวนหลักอย่างสำนวนรายการทรัพย์สินที่จะต้องส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษในวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ.) จะต้องไปถึงศาลแพ่งก่อนสำนวนคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพราะการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายนั้น ปปง. จะต้องเปิดรับคำร้องให้ครบถ้วนก่อน จากนั้นจึงค่อยส่งสำนวนคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษอีกฉบับ เพื่อให้พนักงานอัยการยื่นเสนอต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งชดใช้เฉลี่ยคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหายในคดี
ทั้งนี้ ในสำนวนคดีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายของบุคคลที่เหลือ เช่น น.ส.แตงไทย บ้านมะหิงษ์, นายเบน สมิธ (พ่วงหุ้นบางจาก 6,000 ล้านบาท), นางวิรินยา ยิมจ์, น.ส.แคทรียา บีเวอร์, นายยิม เลียก, นายก๊ก อาน เนื่องจากปรากฏผู้เสียหายจำนวนมาก คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้แยกเป็นรายคดีเฉพาะบุคคล เพื่อพิจารณารายการทรัพย์สินของแต่ละราย
ดังนั้น ปปง. จึงจำเป็นต้องส่งสำนวนหลักอย่างสำนวนยึดและอายัดรายการทรัพย์สินให้อัยการคดีพิเศษก่อน แล้วจึงค่อยเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในส่วนของบุคคลดังกล่าว ซึ่งคาดว่าราวปลายเดือน มี.ค. 69 ปปง. จะเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในส่วนของบุคคลที่เหลือ
ทั้งนี้ ทราบว่าจำนวนผู้เสียหายในกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั่วประเทศมีถึงหลักหมื่นคน ปปง. จึงต้องขอกำลังสนับสนุนจากพนักงานสอบสวนตำรวจในท้องที่ ทั้ง สน./สภ. เพื่อเป็นสถานที่ที่ ปปง. กำหนดเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
โดย ปปง. จะประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ระบุรายละเอียดพฤติการณ์ทางคดี เช่น เลขที่บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง (บัญชีม้า) ชื่อเจ้าของบัญชีที่เป็นผู้กระทำความผิด เพื่อให้ผู้เสียหายตรวจสอบว่าตนเองเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ หากมีหลักฐานการโอนหรือรับโอนเงินไปยังบัญชีดังกล่าว จะได้ยื่นขอรับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามกระบวนการ
จึงขอเน้นย้ำให้ผู้เสียหายติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. หรือเพจ Facebook สำนักงาน ปปง. เพื่อดูประกาศราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
ขณะที่นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยกับทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์ว่า คำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีดังกล่าวไว้ชั่วคราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.68 ตามขั้นตอน ปปง. จะเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาชี้แจงการได้มาซึ่งทรัพย์สินต่าง ๆ ภายใน 90 วัน และจะเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในแต่ละรายคดี พร้อมกำหนดวันสิ้นสุดการยื่นคำร้อง ซึ่งโดยทั่วไปมีกรอบเวลา 90 วัน หรือ 3 เดือน
ใน 4 รายคดีดังกล่าว มีบางคดีได้เปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้สำนวนยึดและอายัดทรัพย์สินจะถูกส่งให้อัยการคดีพิเศษไปก่อนสำนวนคำร้องคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อพนักงานอัยการคดีพิเศษได้รับสำนวนยึดและอายัดทรัพย์สินจาก ปปง. แล้ว อัยการจะมีกรอบเวลาในการตรวจสอบสำนวนของ ปปง. ภายใน 90 วัน ก่อนยื่นเสนอศาลแพ่งขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน โดยให้นับ 90 วันจากวันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์
ยกตัวอย่างเช่น คณะกรรมการธุรกรรมมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินวันที่ 2 ธ.ค.68 อัยการต้องยื่นสำนวนต่อศาลแพ่งก่อนวันที่ 2 มี.ค.69
นายกมลสิษฐ์ กล่าวอีกว่า หากระหว่างตรวจสอบสำนวน อัยการเห็นว่าต้องให้ ปปง. สอบสวนเพิ่มเติม ก็จะตั้งข้อไม่สมบูรณ์กลับมายัง ปปง. ไปดำเนินการ ซึ่งหากใช้เวลานานเกินกรอบ 90 วัน จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องถอนการยึดหรือปล่อยทรัพย์สินชั่วคราวคืนแก่เจ้าของไปก่อน
อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปพนักงานอัยการคดีพิเศษจะดำเนินการให้ทันกรอบระยะเวลาอยู่แล้ว และในขณะเดียวกัน ปปง. ยังเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายได้ต่อไป แม้ว่าสำนวนหลักจะถูกส่งให้อัยการคดีพิเศษไปก่อน เพราะ ปปง. ต้องเปิดรับคำร้องจากผู้เสียหายให้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดก่อน
ท้ายที่สุด ในคดีที่มีผู้เสียหาย เช่น คดีหลอกลวงออนไลน์ ศาลจะมีคำสั่งให้ชดใช้เฉลี่ยคืนทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย โดย ปปง. จะนำทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดและแปลงเป็นตัวเงินมาเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหายแต่ละราย ส่วนที่เหลือจึงจะตกเป็นของแผ่นดิน
นายกมลสิษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ 4 รายคดีดังกล่าว มีทรัพย์สินที่ถูกยึดรวมมูลค่า 13,074 ล้านบาท เมื่อพนักงานอัยการคดีพิเศษยื่นสำนวนต่อศาลแพ่งเพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ศาลจะพิจารณารายการทรัพย์สินแต่ละรายการ และพิจารณาตามกลุ่มรายบุคคลว่าเห็นควรให้ทรัพย์สินรายการใดตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลแพ่งในการพิสูจน์ว่าทรัพย์สินเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ทางคดี
ทั้งนี้ การขายทอดตลาดทรัพย์สินระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุดสามารถดำเนินการได้ โดยมีหลักการว่า หากทรัพย์สินเป็นภาระหรือมีโอกาสเสื่อมค่า เช่น รถยนต์หรู สามารถขายทอดตลาดเพื่อเก็บเป็นเงินไว้ก่อนได้ แต่หากเป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่า ก็จะรอให้ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดก่อนแล้วจึงขายทอดตลาด
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. ในส่วนการเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย พบว่า จาก 4 รายคดีสำคัญ ปปง. ได้เปิดรับคำร้องไว้ก่อน 2 คดี ได้แก่
- รายคดี นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องได้จนถึงวันที่ 17 มี.ค.69 เวลา 08.30–16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยวิธีการยื่นคำร้อง ได้แก่
- ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน ปปง.
- ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (จ่าหน้าซองถึง สำนักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โดยวงเล็บมุมซองว่า “ส่งแบบคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ รายคดี นายเอื้ออังกูร สันติรักษ์โยธิน กับพวก”)
- ยื่นคุ้มครองสิทธิออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ khumkrongsit.amlo.go.th
- รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก กรณีเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยงนายเฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group กลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา เปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องได้จนถึงวันที่ 20 เม.ย.69 เวลา 08.30–16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยวิธีการยื่นคำร้อง ได้แก่
- ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน ปปง.
- ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน (จ่าหน้าซองถึง สำนักงาน ปปง. เลขที่ 422 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โดยวงเล็บมุมซองว่า “ส่งแบบคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ รายคดี นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) กับพวก”)



