ขณะนี้หลายคนอยากรู้สูตรร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะว่า ใครจะได้ดูกระทรวงไหน ที่พรรคภูมิใจไทย “เลขานก” ไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค แถลงข่าวพรรคเพื่อชาติไทย ซึ่งมีว่าที่ สส. 2 คน คือ นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรค และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และนายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายปรีชา ไข่แก้ว ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคมิติใหม่ มีความประสงค์สนับสนุน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาล
ทำให้พรรคภูมิใจไทยรวบรวมและประกาศเป็นทางการแล้ว 278 เสียง คือ พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคเล็ก จำนวน 6 พรรค พรรคละ 1 เสียง รวม 6 เสียง คือ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน พรรคมิติใหม่

นายไชยชนก กล่าวว่า การพูดคุยตั้งรัฐบาลจะคุยกับทุกพรรคตามลำดับ แล้วแต่ว่าใครที่แสดงเจตจำนงว่าจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย คนที่พูดคุยคือนายกฯ อนุทิน โจทย์คือต้องตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ตามสถานการณ์บ้านเมือง แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคว่า จะแสดงเจตจำนง และตัดสินใจได้เร็วแค่ไหน นโยบายพรรคต้องเอากระทรวงเศรษฐกิจมากำกับ เรามี รมว.คลังเป็น “รมต.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ รมว.พาณิชย์ เป็น “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ พรรคภูมิใจไทยต้องรอดูผู้บริหารที่เป็นมืออาชีพมากพอ สามารถร่วมงานกับใครก็ได้
เช่นเดียวกันกับกระทรวงด้านความมั่นคง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่ว่าจะจับมือกับใคร ก็ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลเรื่องความมั่นคง ที่มีกระแสข่าวแบ่งกระทรวงให้เพื่อไทยก็ต้องยืนยันว่า ยังไม่มีการแบ่งใดๆ รอผลเลือกตั้ง การทำงานของรัฐบาลต้องเป็นเอกภาพ
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยเข้าพบแกนนำพรรคภูมิใจไทย วันที่ 13 ก.พ. เป็นเพียงการขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อพรรคภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ เท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งกระทรวงร่วมรัฐบาลตามที่มีกระแสข่าวว่า เพื่อไทยเสนอ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องรอหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย เมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป
ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาจากพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ อาจพูดคุยหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.อย่างเป็นทางการ กระแสข่าวว่า รมต.แต๋มจะเป็นรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ พร้อมกำกับกระทรวงเกษตรฯ เป็นเพียงการคาดการณ์ที่เร็วเกินไป รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลและสัดส่วนรัฐมนตรีต่างๆ จะพิจารณาหลังจากลงมติสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ ในสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 193 คน เมื่อวันที่ 12 ก.พ. มีว่าที่ สส.ภูมิใจไทย หลายคนอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะเกรงว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกฯ หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลหรือแกนนำของพรรคกล้าธรรมที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลงทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา
สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นเก้าอี้แรกที่จะเลือกหลังเปิดประชุมสภา นัดแรก มีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์ แต่ยังไม่มีข้อยุติ แม้ยอมรับว่า นายโสภณ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะมีความเก๋าเกมทางการเมือง แต่ภายในพรรคยังมี สส.คนอื่นที่มีความสามารถ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ก็เหมาะสม
นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยประสานกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแล้ว กล้าธรรมไม่มีข้อต่อรองหรือเงื่อนไขใด ๆ ทางการเมืองทั้งสิ้นตามที่เป็นข่าว อย่างเช่นในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 17 ก.พ. ทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกธ.จะได้มีโอกาสพูดคุยกับนายกฯ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันชัดเจนไม่มีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี หรือการเดินสายรวมเสียงพรรคเล็กเพื่อไปเจรจากับพรรคภูมิใจไทย รอให้ กกต.รับรอง สส.เสียก่อน การเมืองว่าไปตามขั้นตอน ไม่เคยออกหน้าไปสู่ขอ หรือออกตัว ขอเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลก่อน
เมื่อถามถึงกรณีบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงความอึดอัดหากพรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ผมจะเปรียบเทียบให้ดู เราอย่าไปโจมตีหรือพูดประเด็นพรรคโน้นพรรคนี้ อย่างบ้านเก่าของผม ก็จะมีตัวเสี้ยมเยอะ ซึ่งจะมีตัวเสี้ยมเยอะ คนนั้นไปพูดอย่างนี้ แล้วคนกลุ่มนี้ไปอยู่ที่นั่นหมด” (มีการตีความว่า ร.อ.ธรรมนัสหมายถึงตัวเสี้ยมไปอยู่พรรคภูมิใจไทย)
เมื่อถามอีกว่า จุดยืนของพรรคกล้าธรรมยังคงยึดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่อีกหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มารยาททางการเมืองต้องฟังพรรคแกนนําก่อน อย่าไปแสดงตัวว่าอยากจะเป็นหรือไม่อยากเป็น แต่หากได้นั่งที่เดิม ก็จะทำตามนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนต่อได้ แต่ถ้าพรรคหลักอยากจะเอาไปทำ เราไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ทำนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ตนเชื่อว่าไม่ว่าจะพรรคไหน ใครนั่งตรงนี้ หากนโยบายที่ตนทำมา ถ้าไม่เอามาทำก็อยู่ลำบาก ย้ำว่าไม่มีข้อเสนออะไรให้พรรคภูมิใจไทย ทิศทางของพรรคกล้าธรรมให้รอดูผลประชุม สส. 19 ก.พ.

“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากพรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านว่า ไม่น่าติดขัดอะไร เพราะคนที่เป็นฝ่ายค้านคือคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และที่ผ่านมาในอดีตพรรคฝ่ายค้านก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ไม่จำเป็นที่จะต้องมาแสดงจุดยืนว่ามีจุดยืนที่เหมือนหรือแตกต่างกับพรรค ปชน. แต่ขอแค่ทุกคนมาทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน คือตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็งแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
เมื่อถามว่า จากกรณีความขัดแย้งกับ “แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรค ปชน. บานปลายไปจนถึงเรื่องอ้างว่า พรรคมีไอโอ จะพูดคุยกับน.ส.ธิษะณาหรือไม่ หัวหน้าเท้ง กล่าวว่า มีตัวแทนของพรรคได้พูดคุย แต่ส่วนตัวยังไม่ได้ยกหูโทรศัพท์คุยกันโดยตรง สิ่งที่สื่อสารไปทางสื่อต่าง ๆ เป็นการบอกถึง น.ส.ธิษะณาอยู่แล้ว ว่า ไม่ได้ต้องการทำร้าย น.ส.ธิษะณาแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกันเขาคงยืนยันในสิ่งที่พูดได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง
ส่วนตัวคิดว่า อยากให้ทุกคนลองมองทั้งสองด้าน ว่า สิ่งที่แต่ละฝ่ายออกมาแสดงความคิดความเห็นนั้นมีเพื่อวัตถุประสงค์อะไรหลายอย่างที่ น.ส.ธิษะณาออกมาสื่อสารไม่ใช่ข้อเท็จจริง เช่น ที่ใช้คำว่าไอโอส้ม พรรค ปชน.ไม่เคยมีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารแบบนั้น สิ่งที่เรามีอาจจะมีทีมที่เรียก ว่า Social Monitoring หรือ Social Listening จริง เพื่อติดตามความเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ไม่ได้มีหน่วยงานเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หรือ ชี้นำความคิดของสังคม มีทีมงานไปคอยตอบคอมเมนต์ใต้โพสต์ต่างๆ ที่เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
น.ส.ธิษะณาได้ยกข่าวนี้ขึ้นมาโพสต์ และว่า “ไม่มีใครคุยกับดิฉันค่ะ”
วันเดียวกัน นายกฯ หนู เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.40 น. นายกฯ ไปโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 141 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งนายอนุทินเป็นศิษย์เก่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทย ปี 2569 โต 2% นายกฯ กล่าวว่า ใช่ๆ มันดีขึ้นจริง.
“ทีมข่าวการเมือง”



