สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่านายคริส ไรธ์ รมว.พลังงานสหรัฐ กล่าวนอกรอบการประชุมของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ที่กรุงปารีส ว่าอิหร่านเป็นประเทศซึ่งแสดงจุดยืนชัดเจนมาตลอดว่า “จะทำอะไร” หากมีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “สหรัฐยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง”
ไรธ์กล่าวต่อไปว่า “ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันจะยุติและยับยั้งการเดินหน้าไปสู่การเป็นรัฐนิวเคลียร์ของอิหร่านให้ได้”
ทั้งนี้ คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐ นำโดยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทำเนียบขาว และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พบหารือกับคณะผู้แทนเจรจาของอิหร่าน นำโดยนายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีโอมานเป็นคนกลาง
The United States will deter #Iran from acquiring nuclear weapons “one way or the other,” #US Energy Secretary Chris Wright warns.https://t.co/SOEqgz4PTZ
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) February 18, 2026
ภายหลังการเจรจาครั้งนี้ ฝ่ายอิหร่านเปิดเผยว่า มีการบรรลุข้อตกลงร่วมกันในเรื่อง “หลักการชี้นำ” เพื่อจัดทำข้อตกลงซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต และจะมีการประชุมร่วมกันอีก
อย่างไรก็ตาม นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า แม้การเจรจาจะไปได้ด้วยดีในบางประเด็น อาทิ การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงว่า จะพบหารือกันอีก แต่รองผู้นำสหรัฐย้ำว่า อิหร่านยังไม่พร้อมยอมรับเงื่อนไขสำคัญที่ทรัมป์กำหนดไว้ และเน้นว่า สหรัฐสงวนสิทธิที่จะยุติการดำเนินการทางการทูตหากเห็นว่า ถึงจุดที่ “ไปต่อไม่ได้แล้ว”.
เครดิตภาพ : REUTERS



