วันที่ 18 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชวนชม ผ้าทอมือ” ได้โพสต์ภาพเหตุรถจักรยานไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ พร้อมข้อความเตือนภัยว่า ช่วงอากาศร้อนควรเพิ่มความระมัดระวังในการชาร์จและการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด เหตุเกิดที่บ้านกะนัง หมู่ 4 ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ โดยระบุว่าเป็นบ้านญาติ และคาดว่าแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเกิดการระเบิด

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 4 ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ พบ นายเคลื่อน ดีกระโทก อายุ 82 ปี และนางคราม ดีกระโทก อายุ 71 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน พาไปดูซากรถจักรยานไฟฟ้าที่จอดไว้ในสภาพถูกไฟไหม้เสียหายวอดทั้งคัน

สอบถามนางครามเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวานช่วงบ่ายประมาณเวลา 14.00 น. ขณะกำลังทอเสื่ออยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงดังคล้ายไฟฟ้าช็อตมาจากรถจักรยานไฟฟ้าที่เสียบชาร์จไว้ภายในบ้าน จึงรีบออกไปตรวจสอบพบเปลวไฟลุกไหม้บริเวณตัวรถ จึงตั้งสติร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากลูกหลานและเพื่อนบ้าน ก่อนช่วยกันถอดปลั๊กไฟ ตักน้ำสาดที่รถ และลากรถออกห่างจากตัวบ้าน ทำให้ไฟไม่ลุกลาม มีเพียงถังน้ำดื่มที่วางใกล้รถได้รับความเสียหายบางส่วน

นางครามกล่าวด้วยความเสียใจว่า รถจักรยานไฟฟ้าคันดังกล่าวเพิ่งซื้อมาใช้งานในราคา 10,000 บาท ไม่ถึง 1 เดือน โดยเก็บเงินจากเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท เป็นเวลากว่า 1 ปี ตั้งใจใช้ขี่ไปทำนาและทำธุระ รวมถึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากตนมีอายุมากและมีโรคประจำตัว ขณะที่สามีก็ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเดิน แต่กลับต้องมาสูญเสียจากเหตุไม่คาดคิด

ทั้งนี้ นางครามคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากสภาพอากาศร้อนจัด ประกอบกับการชาร์จไฟเป็นเวลานาน ทำให้สายไฟหรือแบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสมจนช็อตและลุกไหม้ ซึ่งถือว่าโชคดีที่ตนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ หากไม่เช่นนั้นไฟอาจลุกลามไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง

จึงขอฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรเพิ่มความระมัดระวังในการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ควรชาร์จทิ้งไว้ตามลำพัง และควรให้ลูกหลานช่วยดูแลใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอีก