เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์, พ.ต.ท.วัชรพงศ์ พวงบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุรินทร์, พ.ต.ท.สทรัตน์ แก่นดี สว.สส.ฯ เจ้าพนักงานตำรวจจับกุม/ตรวจยึด ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ จับกุมตัว นายศักดิ์ชาย หรือ หนุ่ม อายุ 39 ปี ชาว จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยของกลาง 26 รายการ

สืบเนื่องจากเกิดเหตุโจรกรรมทรัพย์สินภายในสวนสะมะ เลขที่ 85 หมู่ที่ 13 บ้านโสน (สะโน๊) ซึ่งเป็นบ้านพักอดีตผู้ว่าฯ เสนอ มูลศาสตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ คนที่ 19 ของ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักและเคารพของนายทหารระดับสูง รวมถึงข้าราชการตำรวจ นักปกครองทุกคน ตลอดจนประชาชนชาวสุรินทร์ ภายหลังเสียชีวิตลงด้วยวัยชรา ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีแต่เพียงผู้ดูแลเท่านั้น ก่อนถูกแก๊งโจรกรรมอาศัยช่วงไม่มีใครอยู่บ้าน ลอดกำแพงเข้าไปก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินของมีค่าจำนวนมาก

โดยชุดสืบสวนได้ขยายผลจากนายศักดิ์ชาย จนสามารถจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งได้อีกคือนายชำนาญ หรือ “เป๊าะแป๊ะ” อายุ 41 ปี พร้อมด้วย น.ส.ฐิติกา พร้อมพวกอีก 2 คน ตรวจค้นพบยาบ้า 6 เม็ด ก่อนนำตัวมาสอบเค้นจนรับสารภาพว่าได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปกับนายชำนาญ เข้าไปลักทรัพย์ที่บ้านหลังดังกล่าว 3 ครั้ง ได้ทรัพย์สินมาหลายรายการ เมื่อได้มาแล้วจึงแบ่งกันนำออกไปขาย โดยตนได้นำทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้ลักมาไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า บริเวณถนนแยกไฟแดงเกาะลอยฯ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ จำนวนหลายรายการ อาทิ ขันสเตนเลสขนาดใหญ่ เล็ก เกือบ 100 ใบ ชิ้นส่วนฐานพ่อขุนเม็งราย กลองมือขนาดเล็กทรงถ้วย หนังงู เครื่องปั้นดินเผา พานเชิงโลหะลายไทย เครื่องสูบน้ำ ถ้วยทองเหลือง พระบูชา พระพุทธศรีพนมรุ้ง หน้าตัก 4.5 นิ้ว พระบูชาหลวงพ่อโสธรขนาด 2 นิ้ว ห่วงกำไลโบราณ 6 ห่วง เขาควายแกะสลัก แจกันสีน้ำตาลลายมังกร และแจกันสีดำลายโบราณ ฯลฯ

โดยชุดสืบสวนได้เข้าตรวจยึดได้จากภายในบ้านเลขที่ 286 หมู่ 9 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ และนายศักดิ์ชาย รับว่าของกลางจำนวนดังกล่าวเป็นของกลางที่ได้โจรกรรมมาจริง ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่สวนสะมะ โดยมีนายปิยะ ผู้ดูแลบ้าน ว่าได้ตรวจสอบทรัพย์สินที่บ้านดังกล่าวพบร่องรอยการรื้อค้นและทรัพย์สินหายไปหลายรายการ เช่น สายไฟฟ้า ราคาประมาณ 20,000 บาท เครื่องปรับอากาศ 4 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ ราคา 40,000 บาท เครื่องเงิน พาน หม้อ 10 ชิ้น ราคา 5,000 บาท เครื่องครัวยุคเก่า เช่น จาน ชาม แก้ว 20 ชิ้น ราคา 50,000 บาท รูปหล่อโลหะพระยาสุรินทร์ องค์เดี่ยว 3 องค์ และองค์เล็กมีฐาน 2 องค์ ราคารวม 5,000 บาท เขาควายแกะสลัก คล้ายงาช้าง 1 เขา ราคา 5,000 บาท

เครื่องทองเหลือง พระพุทธรูปหล่อทองเหลือง หล่อสัมฤทธิ์ หน้าตักขนาดต่างๆ 30 องค์ ราคาประมาณ 150,000 บาท รูปหล่อเกจิอาจารย์ มี หลวงปู่ทวดวัดช้างให้ 2025, หลวงปู่ดุลย์, หลวงพ่อพุธฐานิโย, หลวงพ่อคูณ, หลวงปู่แหวน, หลวงปู่ฟื้น รวมประมาณ 10 องค์ ราคา 100,000 บาท รูปหล่อสัมฤทธิ์ พระพิฆเนศโบราณ 3 องค์, สังข์ 2 องค์ ราคารวม 10,000 บาท เหรียญเกจิอาจารย์ต่างๆ ในตลับกล่องเก็บ ประมาณ 12 กล่อง ราคา 60,000 บาท รูปหล่อรัชกาลที่ 5, รัชกาลที่ 9 คุณหญิงโม ราคา 20,000 บาท และของชำร่วยรูปแบบต่างๆ ในตู้โชว์ และตะขอช้าง 4 อัน ราคา 10,000 บาท วัตถุโบราณสัมฤทธิ์ ยุคชัยวรมัน 1 องค์, กำไลทองเหลือง 1 คู่ ที่สูบยาโบราณ 1 อัน ราคารวม 30,000 บาท รวมมูลค่าเป็นเงินประมาณ 469,500 บาท ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณร้านรับซื้อ

โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำลายสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์นั้นหรือรับของโจร โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป







