นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการที่ สมาคมกีฬาเพาะกายฯ ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. จัดโครงการ “เพาะกายทุกวัยสดใสทุกวัน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการออกกำลังกายดัวยเวทเทรนนิ่งให้กับหน่วยงานและชุมชนมาอย่างต่อเนื่องนั้น ประกอบกับสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงการตระหนักและความมุ่งมั่นของ ม.เกษมบัณฑิต ในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกายให้กับนักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปด้วยดีเสมอมา

ขณะเดียวกัน ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรของมหาวิทยาลัย ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในสถาบันการศึกษาและชุมชน ภายใต้โครงการ “ธนาคารกีฬาสัญจร” ด้วยดีเสมอมา สมาคมฯ จึงเตรียมการที่จะร่วมกับ ม.เกษมบัณฑิต โดยการประสานงานของศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมชนสนใจและมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายตามโครงการ “เพาะกายทุกวัยสดใสทุกวัน”

นายศุกรีย์ กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือในเบื้องต้น สมาคมฯ จะร่วมกับศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต นำอุปกรณ์การออกกำลังกายไปติดตั้งในชุมชนที่เข้าร่วมโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2569 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกับจัดคณะวิทยากร ซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ไปร่วมถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับเยาวชนและประชาชนในชุมชนพร้อมกันไปด้วย

สำหรับอุปกรณ์ที่จะนำไปติดตั้งเบื้องต้น ได้แก่ Parallel Bars/Dip Bars (บาร์คู่สำหรับท่า Dip) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ฝึกเวทแบบ Bodyweight Training ที่พบได้บ่อยในยิมและศูนย์ฝึกทั่วไป ตั้งพื้น (Free-standing Dip Station) มีโครงเหล็กแข็งแรง แยกอิสระจากเครื่องเวท ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้มีจุดเด่นจะช่วยให้ผู้เล่นหรือออกกำลังกายสามารถสร้างมวลกล้ามเนื้อได้จริงเหมาะกับทุกวัย (ปรับระดับความยากได้) ช่วยพัฒนาความแข็งแรงเชิงฟังก์ชันใช้พื้นที่น้อย แต่ให้ผลลัพธ์สูง เป็นท่าพื้นฐานของนักเพาะกายและนักกีฬาระดับแข่งขันและผู้สนใจทั่วไป

“ที่สำคัญการร่วมมือในครั้งนึ้จะส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกในชุมชนหันมาสนใจในการออกกำลังกาย ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับการพัฒนาทางด้านสุขภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้นและเหนือสิ่งอื่นใดคือตอบโจทย์โครงการ “เพาะกายทุกวัย สดใสทุกวัน” พร้อมกันไปด้วย” นายศุกรีย์ กล่าว.