สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า ทำเนียบขาวระบุว่า สารกำจัดวัชพืชที่มีส่วนประกอบของไกลโฟเซต ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคส่วนเกษตรกรรมของสหรัฐ แต่ประเทศจำเป็นต้องนำเข้าสารตัวนี้ เนื่องจากมีผู้ผลิตภายในประเทศเพียงรายเดียว
คำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์ มอบหมายให้ รมว.เกษตรสหรัฐ ดำเนินมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกในการผลิตไกลโฟเซตและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางเคมีที่จำเป็นสำหรับไกลโฟเซต แต่ก็มีประโยชน์ทางการทหารด้วย
Trump's latest affront to MAHA, and a sweetheart favor to the pesticide industry: invoking the Defense Production Act to support the manufacturing of glyphosate. "Ensuring an adequate supply of elemental phosphorus and glyphosate-based herbicides is thus crucial to the national…
— Gary Ruskin (@garyruskin) February 18, 2026
แม้สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (อีพีเอ) ไม่ถือว่าไกลโฟเซตเป็นสารก่อมะเร็ง แต่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (ไอเออาร์ซี) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดับเบิลยูเอชโอ จัดประเภทไกลโฟเซตเป็น “สารที่อาจก่อมะเร็ง”
อนึ่ง บริษัท ไบเออร์ ยักษ์ใหญ่ด้านเคมีเกษตรของเยอรมนี ระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า บริษัท มอนซาโต ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เสนอการประนีประนอมแบบกลุ่ม มูลค่าสูงถึง 7,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 226,500 ล้านบาท) เพื่อยุติข้อเรียกร้องที่ว่า สารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต ยี่ห้อ “ราวด์อัป” (Roundup) ของบริษัท เป็นสาเหตุของมะเร็งเม็ดเลือด
เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐตกลงที่จะพิจารณาคำอุทธรณ์ของไบเออร์ ต่อคำตัดสินให้จ่ายเงิน 1.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39 ล้านบาท) แก่ชายคนหนึ่งในรัฐมิสซูรีที่อ้างว่า ราวด์อัพทำให้เขาเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด.
เครดิตภาพ : REUTERS



