“โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ในฐานะหัวหน้าโค้ช ราชบุรี เอฟซี ชี้ว่าส่วนตัวเขาไม่ได้ตื่นเต้นนัก กับบรรยากาศสุดเดือดในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทู 2025-26 ที่สนาม เกลอรา บันดุง เลาตัน อาปิ

นัดนี้ ราชบุรี บุกแพ้ เปอร์ซิบ บันดุง 0-1 โดยบันดุง ยิงนำ 1-0 ในนาทีที่ 40 จาก แอนดรูว จุง แต่ช่วงทดเวลาครึ่งแรก ทีมอินโด เหลือ 10 คน ยูลิเลียม บาร์รอส โดนใบแดง

จบเกม บันดุง ชนะ 1-0 รวม 2 นัด ราชบุรี ชนะ 3-1 เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย รอพบผู้ชนะระหว่าง กัมบะ โอซากา จากญี่ปุ่น กับ โปฮัง สตีลเลอร์ส จากเกาหลีใต้

อ่านข่าว : อินโดฯแดนเดือด! ‘แข้งราชบุรี’ วิ่งหนีตาย เจอปาอิฐ-หิน ตำรวจ-ทหารคุมเข้มออกจากสนาม

ขณะเดียวกัน เกมนี้มีบรรยากาศคุกรุ่น เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ นักเตะราชบุรี เผยว่า ทั้งปาหิน อิฐ ขวดน้ำ จุดพลุโยนใส่นักฟุตบอลตอนวอร์ม และหลังแข่งมีแฟนบอลเจ้าถิ่นบางส่วนลงมาสู่สนาม ทีมราชบุรี ต้องรีบกลับเข้าอุโมงค์ เข้าห้องพักนักกีฬา และต้องให้แฟนบอลราชบุรีไปหลบในห้องนักกีฬาด้วย ก่อนจะออกจากสนาม โดยมีรถตำรวจ และทหารคุ้มกัน

หลังเกม “โค้ชโย่ง” ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเกมยาก เจ้าบ้านมาเยอะจริง ทีมราชบุรีก็ตื่นเต้น แต่กลับมาสู่เกมได้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือใบแดงของคู่แข่ง ส่วนเรื่องเหตุการเดือดนั้น โค้ชโย่ง กล่าวว่า “ส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้น เมื่อก่อนเคยได้แชมป์ต่อหน้าคนเป็นแสนคน แต่วันนี้กองเชียร์อาจจะผิดหวัง ที่ไม่ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป”

โค้ชโย่งยังกล่าวว่า จุดเด่นของการมาเล่นอินโด คือกองเชียร์เชียร์เร้าใจ ซึ่งในไทยลีกอาจไม่เคยเห็น เกมนี้ ราชบุรี แพ้ แต่ก็เป็นไปตามแท็คติกที่ต้องการ ท่ามกลางสถานการณ์กดดัน การแพ้แค่ 1 ประตูถือว่าโชคดี

ขณะที่เพจ “บอลพาดู – Ballpadoo” ซึ่งเดินทางกับทีม ในฐานะเจ้าหน้าที่ทีม เผยคลิปแฟนบอลเจ้าถิ่น ขว้างขวดน้ำ และพลุลงสู่สนาม ซึ่งขวดน้ำเกือบโดน เอ็นจีวา นักเตะราชบุรี ที่จะเดินไปจุดวอร์ม และไม่ทันระวังตัว ขวดน้ำตกห่างไปไม่ไกล จากนั้นมีเสียงประทัด เสียงพลุ นักบอลของ เปอร์ซิบ พยายามห้ามก็เอาไม่อยู่ นอกจากนี้ยังมีเศษกระเบื้องปาลงมาพร้อมข้อความว่า

ชมคลิปจังหวะขว้างปาในสนาม : https://www.facebook.com/share/v/1VRPGXUBwH/

“เราไม่รู้หรอกว่าแฟนบอลลงสนามมาจะเล่นงานใคร เราต้องระวังตัวเองไว้ก่อน เพราะทั้งเกมเราเจอก่อกวนทุกรูปแบบที่ทีมและผู้เล่นทุกคนไม่เคยเจอมาก่อน เมื่ออยู่ในสนามจะเห็นว่ามีทั้งแฟนบอลที่หัวรุนแรงและคอยห้ามปราบคนอื่นๆ ปะปนกันไป แต่เราทำอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้ จนท. AFC ก็เอาไม่อยู่ ขนาดนักบอลทีมเขาวิ่งมาห้ามก็ยังเอาไม่อยู่”