เมื่อครั้งตัดสินใจแต่งตั้ง ไมเคิล คาร์ริค เข้ามาสวมบทกุนซือขัดตาทัพแทน รูเบน อโมริม ที่ถูกตะเพิดออกจากตำแหน่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงออกอย่างชัดเจนว่า “คุณปลัด” จะทำงานจนถึงสิ้นสุดฤดูกาลนี้เท่านั้น
ฝ่ายบริหารด้านฟุตบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด นำโดย เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของสโมสรร่วม, โอมาร์ แบร์ราดา ซีอีโอ และ เจสัน วิลค็อกซ์ ผอ.ฟุตบอล ไม่เคยมีความคิดจะตั้ง คาร์ริค คุมทีมอย่างถาวรตั้งแต่แรกเพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วในกรณีของ โอเล กุนนาร์ โซลชา

ด้วยเหตุนี้ เรด เดวิลส์ จึงตกเป็นข่าวกับกุนซือชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น โธมัส ทูเคิล, ยูเลียน นาเกลส์มันน์, คาร์โล อันเชล็อตติ, หลุยส์ เอ็นรีเก, แกเรธ เซาธ์เกต หรือ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์
ส่วน คาร์ริค ก็สงวนท่าทีมาตลอด โดยยืนยันว่า สัญญาของเขามีจนถึงแค่สิ้นสุดฤดูกาลนี้ ส่วนหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ค่อยไปว่ากัน
อย่างไรก็ตาม หลังจาก เฮียไมค์ พา แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตด้วยการคว้าชัย 4 นัดรวด แถมยังเป็นการชนะทีมแกร่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี, อาร์เซนอล, ฟูแลม และ สเปอร์ส ก่อนจะสะดุดเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมล่าสุด ก็ทำให้เริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ คาร์ริค จะได้ก้าวขึ้นมาคุม อสูรแดง แบบเต็มเวลามากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ คาร์ริค นำความสงบกลับมาสู่ห้องแต่งตัวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อีกครั้งด้วยบุคลิกที่เยือกเย็น และคำพูดคำจาที่ชาญฉลาด ก็ทำให้ฝ่ายบริหาร และแฟนบอลของ ยูไนเต็ด กำลังถูกใจหมอนี่มากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ แหล่งข่าววงในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังเปิดเผยด้วยว่า ทีมงานหลังบ้านที่ลงตัวของ คาร์ริค ก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้คุณปลัดมีลุ้นได้งานนี้มากขึ้น โดยเฉพาะ โจนาธาน วูดเกต ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้หลายคนด้วยความรู้ด้านแท็กติกที่แน่นปึ้ก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยปั้น 2 เซนเตอร์แบ๊กดาวรุ่งอย่าง เลนี โยโร และ อายเดน เฮฟเวน อีกด้วย
ขณะที่ สตีฟ ฮอลแลนด์ ผู้ช่วยกุนซือมากประสบการณ์ ก็เป็นอีกคนที่ได้รับคำชมอย่างมากถึงความเก่งกาจในการคุมซ้อม และการเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับ คาร์ริค จนหลายคนอดแปลกใจไม่ได้ว่า เพราอะไร อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติอังกฤษรายนี้ จึงหลุดรอดมาจนถึงมือ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้
กระนั้นนอกจากความยอดเยี่ยมของ คาร์ริค และทีมงานแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้สื่อหลายสำนักในอังกฤษเริ่มยกให้ คาร์ริค เป็นตัวเต็งที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเต็มเวลา ก็คือการที่ตัวเลือกอื่น ๆ ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล็งเอาไว้เริ่มจะกลายเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม

ไล่ตั้งแต่ ทูเคิล ที่เพิ่งต่อสัญญากับ ทีมชาติอังกฤษ ออกไปจนถึงปี 2028 เช่นเดียวกับ อันเชล็อตติ ที่เพิ่งต่อสัญญาคุมทีมชาติบราซิลออกไปอีก 4 ปี ส่วน เอ็นรีเก ก็ไม่น่าจะแยกทางกับ เปแอสเช ในอนาคตอันใกล้
ครั้นจะหันไปหา กลาสเนอร์ หรือ คนที่เพิ่งว่างงานอย่าง โรแบร์โต เดอ แซร์บี ดูแล้วฝีไม้ลายมือก็ไม่ได้หนี คาร์ริค มากนัก ดังนั้นหากไม่มีกุนซือตัวท็อปที่ว่างงานหลังจบฤดูกาลนี้ หรือ หลังจบฟุตบอลโลก 2026 จริง ๆ การดัน คาร์ริค ขึ้นมาคุมทีมอย่างถาวรก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก คุณปลัด สามารถพาพวกเขากลับไปเล่นบนเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก อันหมายถึงเงินรายได้จำนวนยมหาศาลได้สำเร็จอีกครั้ง.
ภาพ AFP



