“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กรมทางหลวง (ทล.) ได้ว่าจ้าง บริษัท เคเจ เซอร์เวย์แอนด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บริษัท อินทิเกรเทด เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ จำกัด วงเงิน 12.69 ล้านบาท เป็นที่ปรึกษาสำรวจจัดทำแผนที่แสดงรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์และประมาณราคาเพื่อกำหนดเป็นค่าทดแทนในการเวนคืน
โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 425 หรือ ทล.425 สายถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ด้านตะวันออก ตอน บ.ควนจง – บ.พรุ กม.17+542 – จุดสิ้นสุดประมาณ กม.24+148 ระยะทาง 7.3 กม. ระยะเวลาศึกษาตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2568-17 มิ.ย. 2569 จำนวน 210 วัน หรือประมาณ 7 เดือน โดยมีแผนเวนคืนที่ดินปี2570 และตั้งงบประมาณก่อสร้างปี 2571 ประมาณ 700 ล้านบาท

โครงการเป็นส่วนต่อขยายจากโครงการส่วนแรกตอนที่ 1 ช่วงบ.พรุ (ทล. 4) – ทางเข้าสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา กม24+148.450 -31+331.426 ระยะทาง 7.1 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร (ถนนตัดใหม่) วงเงินก่อสร้าง 699.6 ล้านบาท มีบริษัท สระหลวง ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับจ้าง เริ่มสัญญา 22 ต.ค.2563 สิ้นสุดสัญญา เม.ย.2566 ได้ผลงานไม่ถึงครึ่ง ติดลบกว่า 51% จากแผนงานที่ต้องได้100% เนื่องจากปัญหาการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ล่าสุดได้ขยายสัญญาและปรับโครงการใหม่เป็นเริ่มสัญญา 13 ก.ย. 2567 – 28 ส.ค. 2570 กำหนดแผนงาน 23.63% ทำได้ 15.23% ช้ากว่าแผน -8.40% จากปัญหาเดิมจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ก่อนหน้านี้ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) ส่งข่าวแจกสื่อมวลชน ว่า จะเร่งผลักดันโครงการทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ ให้เป็นถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ. สงขลา ระยะทางรวม 66.8 กม. ขนาด 4 ช่องจราจร งบประมาณรวม 45,305 ล้านบาท ตามนโยบายเร่งด่วนของนายพิพัฒ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม โดยก่อสร้างแล้ว 7 กม.
ส่วนที่เหลือประมาณ 59 กม. งบประมาณ 41,927 ล้านบาท ประกอบด้วย
1) ด้านตะวันออก ระยะทาง 24.153 กม.

เริ่มจากทล. 414 บ้านทุ่งน้ำ ผ่านทล.407 และ ทล.43 สิ้นสุดบรรจบทล. 4 ทางด้านใต้ของเมืองหาดใหญ่ งบประมาณค่าเวนคืนและก่อสร้างรวม 17,890 ล้านบาท
2) ด้านตะวันตก ระยะทาง 35.51 กม.
เริ่มจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ วนขึ้นไปทางเหนือผ่านทล. 4287 และเชื่อมทล.4 ทางด้านเหนือของเมืองหาดใหญ่ และไปสิ้นสุดที่จุดบรรจบทล. 414

งบประมาณค่าเวนคืนและก่อสร้างรวม 24,037 ล้านบาท รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ของโครงการ ได้รับความเห็นชอบแล้ว เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมและคณะรัฐมนตรี(ครม.) ขออนุมัติโครงการ และเข้าสู่ขั้นตอนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและก่อสร้างต่อไป เพื่อยกระดับจ. สงขลาสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมชายแดนไทย-มาเลเซีย



