เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ได้ลงพื้นที่พร้อมลงเรือเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและตะกอนดินในแหล่งน้ำแม่น้ำกกเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเบื้องต้นต้นด้วยชุดทดสอบ (Test Kit) สารหนู ซึ่งเป็นการติดตามปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำแม่กก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงครอบคลุมพื้นที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย

โดยนายสุรินทร์ กล่าวว่า คพ. ยังคงติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินต่อเนื่อง เดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2568 เป็นต้นมา เพื่อประเมินแนวโน้มการปนเปื้อนและใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการกำหนดแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงสื่อสารข้อมูลคุณภาพน้ำและข้อควรระวังกับประชาชนรับทราบต่อเนื่อง โดยดำเนินงานเชิงรุกด้วยการจัดหน่วยเฝ้าระวังเคลื่อนที่ลงพื้นที่ เพื่อสื่อสารข้อมูลและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนโดยตรง ภาพรวมการตรวจวัดคุณภาพน้ำวันนี้ พบค่าสารหนูส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 0.005 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) คือไม่เกิน 0.01 มก./ล. ส่วนค่าออกซิเจนและกรด-ด่าง อยู่ในเกณฑ์ดี และคุณภาพน้ำอยู่ในประเภทที่ 2 ทำกิจกรรมได้ตามปกติ เช่น พายเรือเล่นได้ เดินเล่นในน้ำได้ ปางช้างสามารถทำกิจกรรมได้ แต่ยังไม่แนะนำให้ลงว่ายน้ำเพราะน้ำอาจเข้าร่างกายโดยตรงได้ ใช้อุปโภคบริโภคได้แต่ต้องผ่านกระบวนการกรองและปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อน ส่วนปลาในน้ำแนะนำให้บริโภคแต่เนื้อปลา งดการรับประทานหัวปลาหรือตับปลาเพื่อความปลอดภัย 

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า  อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบร่วมกับกรมทรัพยากรธรณีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พื้นที่บริเวณแม่น้ำกกไม่เคยพบสารหนูในธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นสาเหตุจึงอาจมาจากเหมือง หรือการใช้ยาฆ่าแมลงในพื้นที่เกษตร ซึ่งต้องลงลึกในรายละเอียดและกิจกรรมที่เกิดขึ้นในบริเวณต้นน้ำ จึงต้องมีการฝึกอบรมประชาชนในการตรวจสอบทางกายภาพของพื้นที่ ทั้งนี้ในอนาคตมีแผนจะก่อสร้างสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ (Auto Station) ในแม่น้ำกก 8 จุด คาดใช้งบประมาณ 64 ล้านบาท หรือจุดละ 7.8 ล้านบาท และจะเพิ่มสในแม่น้ำสาละวินอีก 3 จุดด้วย เพื่อให้ครอบคลุม จ.เชียงใหม่และเชียงรายและใช้เป็นข้อมูลแจ้งเตือนสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยืนยันว่าเราทำงานอย่างเป็นกลางตรงไปตรงมา และเป็นไปตามหลักวิชาการมีมาตรฐานะระดับโลก

นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการทำเขื่อนดักตะกอนสามารถทำได้หรือไม่นั้น ต้องดูความต้องการของประชาชนในพื้นที่ก่อน เพราะยังมีหลายส่วนที่มีความกังวล อย่างไรก็ตามมีการพิจารณาว่าจะนำตะกอนดินมาใช้ในกิจกรรมการก่อสร้างต่างๆ เช่น ถนน ได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยกเว้นบริเวณ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ คุณภาพน้ำก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด  

นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้จะมีการหารือกับกรมกิจการชายแดน กองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการประสานงานกับเราเพื่อขอเข้าประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ นำมาตรวจให้ละเอียดชัดเจนขึ้น เพราะการเก็บตัวอย่างน้ำต้องมีมาตรฐาน ถ้าคนเก็บตัวอย่างไม่มีความรู้ หรืออุปกรณ์ไม่พร้อมอาจทำให้ผลตรวจคาดเคลื่อนได้ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าประเทศเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบอย่างไร และยืนยันชัดเจนว่าแหล่งที่มาของมลพิษว่าเกิดจากกิจกรรมทำเหมืองหรือไม่ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมการแก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำกก ที่รัฐบาลตั้งขึ้นในเดือนหน้า

“การตรวจน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยในการบ่งชี้และหาความเชื่อมโยงของตัวสารต่างๆ ที่เราโฟกัสไว้เรา ซึ่งยังไม่ทราบผลว่าจะเป็นอย่างไรแต่ตามสมมุติฐานเมื่อเราเข้าไปและมีโอกาสทำ ก็จะทำให้เราหาความเชื่อมโยงได้มากขึ้น เป็นสิ่งที่กรมและกระทรวงทรัพยากรฯ ต้องการทำ โดยอยู่ระหว่างการรอรัฐบาลญี่ปุ่นตอบกลับ ที่ผ่านมาทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งตัวแทนได้มาพูดคุยกับเราแล้ว โดยมีจุดที่ต้องการทำอยู่ 3 เรื่องคือ 1.การหาเทคโนโลยีในการกรองน้ำประปา 2.การตรวจสอบคุณภาพน้ำ และ 3.การนำเศษวัสดุมาใช้ประโยชน์ เช่น ทำถนน หรืออื่นๆ การที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพราะเขามองในเรื่องคุณภาพน้ำเป็นเรื่องจำเป็น และเขาช่วยเมียนมาทำเรื่องคุณภาพน้ำมาตลอด จึงต้องการมีส่วนในการช่วยเหลือ ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันดีกับเมียนมา ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าประเทศเขาได้ง่ายขึ้น” นายสุรินทร์ กล่าว