เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีคลังกระสุนภายในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ในช่วงเช้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบริเวณจุดคลังกระสุนที่เกิดเหตุ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็น “พื้นที่อันตราย” และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด จะมีก็เพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูแลและควบคุมพื้นที่ แม้ขณะนี้จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังต้องรอการสำรวจความปลอดภัยอย่างละเอียด ก่อนจะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากอาจยังมีวัตถุระเบิดตกค้างหรือความเสี่ยงอื่นในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านใกล้จุดเกิดเหตุ คือบ้านกลอนเหนือ คุ้มโรงไฟฟ้า ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากคลังกระสุนเพียงประมาณ 300 เมตร พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนราว 12 หลัง ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดจากแรงอัดระเบิด แรงระเบิดส่งผลให้ฝ้าเพดาน หลอดไฟ และกระจกหน้าต่างแตกเสียหาย หลายหลังประตูไม้บิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังพบเศษวัตถุคล้ายชิ้นส่วนระเบิด ตกกระจายอยู่บริเวณบ้านเรือนหลายจุด

ด้าน นางสุพิตรา บุญยืน อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ตามด้วยเสียงคล้ายกระสุนแตกต่อเนื่อง เมื่อตัดสินใจเปิดผ้าม่านออกดู พบเปลวไฟลุกสูงและมีเสียงระเบิดตามมาเป็นระยะ แรงอัดทำให้หลอดไฟตกลงมา กระจกหน้าต่างแตกร้าว และโครงสร้างบ้านสั่นสะเทือนอย่างหนัก

“ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน น่ากลัวมาก จึงรีบขับรถออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับญาติในตัวเมือง ตอนนี้ก็ยังรู้สึกหวาดระแวง ไม่รู้จะอยู่อย่างไรต่อไป” นางสุพิตรา กล่าว

ขณะที่ นางวนิดา (นามสมมุติ) เจ้าของบ้านเลขที่ 8 หมู่ 20 ต.เฉนียง เปิดเผยว่า บ้านตนได้รับความเสียหาย กระจกแตกเสียหาย 7 บาน ฝ้าเพดานหล่นแตกหัก หลอดไฟและโคมไฟภายในบ้านหลุดกระจัดกระจาย ช่วงเกิดเหตุนั่งอยู่กับสามี ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ตอนแรกคิดว่าเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แต่ต่อมามีเสียงดังต่อเนื่องเป็นระยะ สามีซึ่งเป็นชาวอังกฤษบอกว่าไม่น่าใช่หม้อแปลง ทั้งสองจึงรีบออกจากบ้านโดยนำเพียงโทรศัพท์มือถือออกมา และปล่อยสุนัขที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านออกมาด้วย

ทั้งนี้ สามีของตนเป็นโรคหัวใจ ต้องให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปนำยามาให้รับประทาน จากนั้นจึงไปเช่าห้องพักในตัวเมือง กระทั่งเช้าจึงกลับมาตรวจสอบบ้านพบความเสียหายจำนวนมาก ยอมรับว่าขณะเกิดเหตุรู้สึกตกใจอย่างหนักและคิดเพียงเอาชีวิตรอด อีกทั้งตลอด 1 ปีที่เช่าบ้านอยู่ในพื้นที่ ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีคลังอาวุธตั้งอยู่ใกล้บ้าน

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านได้เข้าตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้นแล้ว ส่วนมาตรการช่วยเหลือและการตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด อยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป.