เมื่อวันที่ 26 ก.พ. น.ต.ศิธา ทิวารี โพสต์ข้อความระบุว่า กกต. หาทำบาร์โค้ด อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุใด?
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้สิทธิประชาชนออกไปเลือกตั้งด้วยวิธี “โดยตรงและลับ”
สิ่งที่ “ไม่เป็นความลับ” ของผู้ไปเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจสอบได้ โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีอะไรบ้าง?
- มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
- ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
- เลือกตั้งที่จังหวัดใด
- เลือกตั้งที่เขตใด
- เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด
- เลือกโดยตรงด้วยตัวเองหรือไม่ (กรณีไม่เป็นผู้พิการที่ศาลยกเว้นให้บุคคลอื่นช่วยได้)
สิ่งที่รัฐธรรมนูญปกป้องประชาชน และกำหนดให้เป็นความลับ ไม่อนุญาตให้ใครสามารถตรวจสอบได้ มีเพียงอย่างเดียว คือ
“ใครคือผู้ขีดกากบาทบนบัตรเลือกตั้ง”
รัฐธรรมนูญเข้มงวดกับความ “ลับ” ถึงขนาดที่
“แม้แต่เจ้าตัวผู้กาบัตรเลือกตั้งเอง ยังไม่มีสิทธินำหลักฐานการกาบัตรของตนเองไปยืนยันกับใครในโลกนี้ได้เลย ว่าตนเองลงคะแนนให้กับใคร หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
แม้กระทั่ง
“บุคคลใดกาผิดเบอร์ กาบัตรเสีย จำเบอร์ที่ตัวเองกาไม่ได้ หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไป เจ้าตัวเองยังไม่สามารถตรวจสอบ หรือมีหลักฐานยืนยันย้อนหลังได้เลยว่า ตนเองได้ขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
แต่บาร์โค้ดแบบ Unique Running Number ทำให้สามารถตรวจสอบบัตรทุกใบได้ว่า ผู้ใดเป็นคนกาบัตรใบนั้น ๆ ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคุกคามความลับของผู้กาบัตรตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไม่ยาก
เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วแยกออกจากกัน ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง จึงอาจถือเป็นการสร้างกลไกที่เมื่อใช้ร่วมกับข้อมูลบนบาร์โค้ดแล้ว จะทำให้ผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลสามารถทำลายความลับตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิกับประชาชนไว้ โดยสามารถล่วงรู้เป็นรายบุคคลว่า กากบาทเลือกใคร ครบถ้วนไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
คำถามสำคัญที่ต้องถูกนำมาพิจารณา หากมีการไต่สวนในอนาคต คือ กกต. ในฐานะผู้กำกับดูแลการเลือกตั้งให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ได้เพิกเฉยหรือใช้อำนาจใด จึงปล่อยให้มีเทคโนโลยีที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญอยู่บนบัตรเลือกตั้ง และสร้างกลไกการจัดเก็บในลักษณะนี้ได้
หากสิทธิอันน้อยนิดของประชาชนไทย ที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ในการรักษาเป็นความลับ ถูกละเมิด โดยไม่สามารถหาตัวการในการละเมิดได้
แล้วประชาชนในประเทศนี้ จะยังไว้วางใจกลไกอื่นของรัฐได้อย่างไร?
#กกตหาทำบาร์โค้ด จริง ๆ ครับ



