นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารจัดการราคาพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า กรมสรรพสามิต ได้รับมอบนโยบายจากกระทรวงการคลัง ให้เตรียมความพร้อมรองรับความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและปริมาณการนำเข้า โดยขณะนี้ได้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ และกระทรวงพลังงาน เพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

สำหรับการวางกลไกดูแลราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงาน จะยังคงเป็นหน่วยงานหลักในการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นด่านแรกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ส่วนมาตรการทางภาษีสรรพสามิตนั้นถือเป็นเครื่องมือในลำดับท้ายที่จะนำมาใช้แทรกแซงราคาเพื่อประคองสถานการณ์ต่อจากกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งแนวทางนี้ เป็นโมเดลที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงวิกฤตการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงช่วงการแพร่ระบาดของโควิด

นายพรชัย กล่าวว่า กรมมีความพร้อมดำเนินการทันทีหากกระทรวงการคลังมีข้อสั่งการลงมา โดยจะนำประสบการณ์จากการบริหารจัดการในช่วงวิกฤตหลายครั้งในอดีตมาปรับใช้ เพื่อรักษาความสมดุลของราคาขายปลีกทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลไม่ให้เกิดความผันผวนจนกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและภาคการผลิต