นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เรียกประชุมด่วนร่วมกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน และตัวแทนภาคเอกชน เพื่อกำหนด ยุทธศาสตร์รับมือนโยบายภาษีฉบับใหม่และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ตามมติ ครม.

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเรียกประชุมด่วนครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามมติ ครม. ที่เร่งบูรณาการเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อวางกลยุทธ์และกำหนดแนวทางการเจรจากับทางการสหรัฐฯ ในระยะต่อไป ภายหลังจากที่ศาลสูงมีคำตัดสินออกมา โดยมีเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมประเมินสถานการณ์ด้วย ขณะที่นางศุภจี กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการหารือผลกระทบของเหตุการณ์ทั้งหมดกรณีภาษีสหรัฐ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ท่าทีของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงมาก โดยมาตรการเดิมที่อยู่ระหว่างเจรจาในอัตรา 19% ถูกยกเลิกไปแล้ว  แต่เราต้องหามาตรการรับมือใหม่ แม้จะมีการประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 15% ภายใน 150 วัน แต่ท่าทีของสหรัฐฯ ยังไม่ชัดเจน เอกชนต้องการความแน่นอนเพื่อวางแผนการค้า เราจึงต้องระดมข้อมูลเพื่อกำหนดท่าทีและอัตราที่ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลยังจำเป็นต้องสะสางประเด็นการเจรจาเดิมที่ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยเฉพาะการประสานงานภายในประเทศเกี่ยวกับมาตรการเปิดตลาด ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อกำหนดจุดยืนบนพื้นฐานเดียวกัน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการรับมือกับมาตรการใหม่ของสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการในระยะสั้นกรอบเวลา 150 วัน เพื่อหาจุดยืนที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

“ในเบื้องต้น ภาครัฐกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้กลยุทธ์การเร่งรัดการส่งออกสินค้า ในช่วง 150 วันนี้ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ก่อนจะประเมินท่าทีและผลกระทบในระยะต่อไป นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือเชิงลึกร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและภาคเอกชน เพื่อทำความเข้าใจถึงความคาดหวังของภาคธุรกิจ และประสานมุมมองให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ได้มาตรการที่เป็นเอกภาพ”