หลายคนเชื่อว่า ยิ่งนำชุดกีฬาไปซักทันทีหลังออกกำลังกายเสร็จ จะยิ่งดีต่อสุขอนามัย แต่ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร กลับเตือนว่า นั่นคือ “นิสัยยอดแย่” ที่ทำให้ผ้าเหม็นเน่า และเกิดกลิ่นฝังลึก

ชุดกีฬาหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ มักมีโครงสร้างเส้นใยที่ดูดซับเหงื่อ และน้ำมันจากร่างกายได้ดีมาก หากเราโยนผ้าที่ยังชื้นเหงื่อลงตะกร้า หรือเอาเข้าเครื่องซักผ้าเพื่อเตรียมซักทันที ทั้งที่ยังชื้นอยู่ ความชื้นจะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งให้ “แบคทีเรีย” เจริญเติบโต เมื่อโมเลกุลกลิ่นเกาะติดฝังลึกเข้าสู่เส้นใยแล้ว การซักแบบปกติก็เอาไม่อยู่ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเสื้อผ้าเพิ่งซักเสร็จใหม่ๆ ดูเหมือนจะสะอาด แต่พอนำกลับมาใส่ และโดนเหงื่อเพียงนิดเดียว กลิ่นเหม็นเปรี้ยวก็ลอยกลับมาเตะจมูกทันที ควรตากให้เหงื่อแห้งก่อนนำไปซัก

6 กฎเหล็กซัก “ชุดกีฬา” ให้หอมสะอาดและถนอมเส้นใย เพื่อแก้ปัญหากลิ่นอับฝังลึก

ตากให้เหงื่อแห้งก่อนซัก: นำชุดเปียกเหงื่อไปแขวนผึ่งลมในที่ๆ อากาศถ่ายเทสะดวก ปล่อยให้ความชื้นระเหยออกไปก่อนนำไปซักเสมอ

กลับตะเข็บเสื้อผ้าก่อนลงเครื่อง: กลับด้านในของเสื้อผ้าออกมาด้านนอก เพื่อให้จุดที่สัมผัสเหงื่อ และสิ่งสกปรกสะสมโดนน้ำและผงซักฟอกได้โดยตรง

ลดปริมาณผงซักฟอกลงครึ่งหนึ่ง: การใช้ผงซักฟอกมากเกินไป จะทำให้เกิดคราบตกค้างบนเนื้อผ้า ซึ่งกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย (หากผ้ามีกลิ่นแรงจัด แนะนำให้แช่น้ำส้มสายชูเจือจางก่อนซัก)

บอกลา “น้ำยาปรับผ้านุ่ม”: สารในน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะเข้าไปเคลือบโครงสร้างระดับจุลภาคของเส้นใย ทำให้คุณสมบัติการระบายอากาศ และซับเหงื่อของชุดกีฬาเสื่อมสภาพ

ตั้งอุณหภูมิน้ำไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส: การซักด้วยน้ำเย็น (20-30 องศาเซลเซียส) ด้วยโหมดสำหรับชุดกีฬา ก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดแล้ว เพราะน้ำร้อนจะทำลายประสิทธิภาพของเนื้อผ้า

เลี่ยงการใช้เครื่องอบผ้า: ความร้อนจากเครื่องอบจะทำลายเส้นใยสแปนเด็กซ์ (Spandex) ทำให้ชุดย้วย สูญเสียความยืดหยุ่น และเสื่อมสภาพเร็ว แนะนำให้ตากลมตามธรรมชาติจะดีที่สุด

และบางครั้งสาเหตุที่ซักผ้าแล้วมีกลิ่นเหม็นอับ อาจมาจากตัวเครื่องซักผ้าที่เริ่มสกปรกสะสม ควรล้างถังซักผ้าเพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ซ่อนอยู่อย่างน้อย 6 เดือนครั้ง

ที่มาและภาพ : insight korea