สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ประกาศปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ เป็น 4 วันต่อสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่เป็นการสู้รบอย่างดุเดือด ระหว่างสหรัฐซึ่งจับมือกับอิสราเอล เพื่อโจมตีอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา


ผู้นำฟิลิปปินส์เตือนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าในสัปดาห์หน้า ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง


นอกจากการปรับวันทำงานแล้ว มาร์กอสยังสั่งการเพิ่มเติม รวมถึง การลดการใช้พลังงาน ที่หน่วยงานรัฐต้องลดการใช้เชื้อเพลิงและไฟฟ้าลง 10-20%


การยกเลิกกิจกรรมไม่จำเป็น ซึ่งผู้นำฟิลิปปินส์สั่งแบนการดูงาน การจัดกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ และให้เปลี่ยนการประชุมทั้งหมดมาเป็นระบบออนไลน์


ขณะเดียวกัน ผู้นำฟิลิปปินส์เตรียมเสนอให้สภาคองเกรสอนุมัติการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หากราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งเกิน 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,558.08 บาท ) และเตรียมจัดสรรเงินอุดหนุนค่าน้ำมันและเงินช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก


ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก และยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมาก

นอกจากนี้ สงครามยังคุกคามความปลอดภัยและอาชีพของแรงงานฟิลิปปินส์กว่า 2 ล้านคน ซึ่งทำงานอยู่ในแถบตะวันออกกลางอีกด้วย.

เครดิตภาพ : AFP