สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ออกแถลงการณ์ว่า ส่งโดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก โจมตีฐานทัพอากาศ อัล-ดาฟรา ซึ่งเป็นฐานทัพของสหรัฐ ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เนื่องจากเชื่อมั่นว่า เป็นฐานทัพที่กองทัพสหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วน ในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน


ด้านกองทัพสหรัฐยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าว ขณะที่เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เปิดเผยรายงานตรวจสอบของตัวเอง ว่าจากหลักฐานการโจมตีเป้าหมายทางเรือของกองทัพสหรัฐ ประกอบกับการวิเคราะห์โซเชียลมีเดียและวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์ พบว่าโรงเรียนถูกโจมตีในช่วงเวลาเดียวกับที่ฐานทัพเรือของอิหร่านถูกถล่ม ซึ่งบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพสหรัฐเป็นผู้ดำเนินการ


รายงานของเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส อ้างอิงคำกล่าวของ พล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ ว่ากองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักตลอดแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่าน ในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองมินาบด้วย ส่วนอิสราเอลเน้นปฏิบัติการในภาคเหนือของอิหร่าน


แม้โรงเรียนแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพเรือไออาร์จีซี อย่างไรก็ตาม ภาพดาวเทียมในเวลาต่อมาแสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นโรงเรียน โดยมีการเพิ่มสนามกีฬาและพื้นที่สันทนาการ


ทั้งนี้ มีการวิจารณ์อย่างหนักหน่วงมากขึ้น ว่าด้วยขีดความสามารถทางข่าวกรองในระดับสูงมาก สหรัฐควรรู้ว่า “พื้นที่ตรงนั้น” คือ “โรงเรียน” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลวอชิงตันกล่าวเพียงว่า “กำลังตรวจสอบ” และ “สหรัฐไม่มีเจตนาล็อกเป้าพลเรือน”.

เครดิตภาพ : REUTERS