กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูง 40 ซม.- 2 เมตร ลำต้น และกิ่งก้าน มีสีเขียว แต่บางครั้งก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะมีขนอ่อนหยาบ ๆ ขึ้นปกคลุม เช่นเดียวกับใบ และผล ใบเดี่ยว มีลักษณะกว้างเป็นแฉกคล้ายใบละหุ่ง แต่ก้านใบจะสั้นกว่า ดอก มีสีเหลือง โคนดอกด้านในสีม่วง ฝัก มีรูปเรียวยาว ปลายฝักแหลม มีทั้งชนิดฝักกลมและฝักเหลี่ยม ซึ่งมีเหลี่ยม 5-10 เหลี่ยม ขึ้นกับพันธุ์ ในแต่ละฝักมีเมล็ด 80-200 เมล็ด เมล็ด มีลักษณะกลมรีขนาดเดียวกับถั่วเขียว เมล็ดอ่อนมีสีขาว เมื่อแก่มีสีเทา
ในกระเจี๊ยบเขียว มีเส้นใยที่ละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ ช่วยการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ มีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษ และขับถ่ายออกทางอุจจาระ ทำให้ไม่มีสารพิษตกค้างในลำไส้ ลดอาการ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด มะเร็งลำไส้ มีสารประกอบไกลโคไซเลต ทำให้ลดอาการปวดท้องลงได้ ช่วยแก้อาการกรดไหลย้อนกลับ เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียว เป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก ๆ ดีกับทางเดินอาหาร และในเมือกที่อยู่ข้างในกระเจี๊ยบเขียว พวกนี้จะมีคุณสมบัติในการ รักษาโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้กระเจี๊ยบเขียวเหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร เพราะทมีโฟเลท ซึ่งพบได้มากในกระเจี๊ยบเขียว เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อหญิงตั้งครรภ์ เพราะสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ได้มากมาย รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดต่อบุตรในครรภ์ด้วย ผู้ที่ตั้งครรภ์ และให้นมบุตร จึงควรได้รับโฟเลทอย่างน้อย 400 มิลลิกรัม / วัน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายได้รับโฟเลทอย่างเพียงพอ
สำหรับผู้ที่ป่วยโรคเบาหวาน และคอเลสเตอรอลสูง เส้นใยที่ละลายน้ำในกระเจี๊ยบเขียว จะช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอล และน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย ช่วยในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยกำจัดไขมันปริมาณสูงที่จับอยู่กับน้ำดี กระเจี๊ยบเขียวเป็นอาหารที่มีกากใยสูง และการกินอาหารที่มีกากใยสูง สามารถช่วยลดระดับของคลอเรสตอรอลในเลือดได้ จึงเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจ และยางจากผลสดของกระเจี๊ยบเขียว สามารถช่วยรักษาแผลสดได้ เมื่อถูกของมีคนบาด ให้ใช้ยางจากฝักกระเจี๊ยบทาแผล แผลจะหายเร็ว และไม่เป็นแผลเป็น
กระเจี๊ยบเขียวนั้นกินดี มีประโยชน์ แต่ คนที่มีปัญหาเกี่ยวลำไส้ หรือระบบทางเดินอาหาร ควรรับประทานแต่พอดี เพราะกระเจี๊ยบเขียวมีคาร์โบไฮเดรตชนิดที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ปวดบีบท้อง ท้องอืด หรือท้องเสียได้ นอกจากนี้ยังมีออกซาเลตสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดนิ่วในไต ที่เกิดจากแคลเซียมออกซาเลตได้ คนที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรรับประทานกระเจี๊ยบเขียวมากเกินไป เพราะผักชนิดนี้มีวิตามินเคที่ช่วยต้านการเกิดลิ่มเลือด



