เมื่อวันที่ 9 มี.ค. เวลา 18.20 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังมีการโจมตีอย่างรุนแรงด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่มีท่าทีจากประเทศสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านจะกลับเข้าสู่การเจรจา ทำให้ยังต้องจับตาสถานการณ์ต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีพื้นที่สำคัญ และโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ตามที่สายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทางฉุกเฉินเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพประชาชนที่ตกค้างบางส่วนแล้วนั้น เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ทำการบินเส้นทางกรุงเทพฯ-โดฮา เป็นครั้งแรก เพื่อนำผู้โดยสารที่ตกค้างจากกรุงเทพฯ กลับไปยังประเทศกาตาร์ และเราต้องติดตามต่อไปว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการทำการบินเส้นทางโดฮา-กรุงเทพฯ เพื่อนำผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ที่กรุงโดฮาของกาตาร์ กลับสู่ประเทศไทยในโอกาสแรก
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตและหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยที่อยู่ในความรับผิดชอบในพื้นที่ต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กรณีของประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากอิหร่าน รวม 29 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันนี้ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในช่วงเช้า วันที่ 10 มี.ค.นี้ จะมีคนไทยที่มาจากอิหร่านกลับมาถึงกรุงเทพฯ อีก 23 คน นอกจากนี้จะมีคนไทยในอิหร่านกลุ่มถัดไปจะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี ซึ่งกรมการกงสุลร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ร่วมกันประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยเหล่านี้เดินทางกลับสู่ประเทศไทยต่อไป
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับคนไทยในพื้นที่อื่นๆ นั้น สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในแต่ละประเทศ ยังอำนวยความสะดวกและให้การดูแล รวมถึงให้คำแนะนำและมอบสิ่งของที่จำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย โดยมีการประสานงานกับสายการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ เรื่องการขออนุญาตเดินทางผ่านแดน เพื่อให้คนไทยเดินทางออกไปยังประเทศข้างเคียงได้สำหรับการเดินทางสู่ประเทศไทยหรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศ ทั้งนี้ โดยรวมแล้วนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลางนั้น มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลางและได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว รวมทั้งสิ้น 322 คน
นายปาณิดล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยังยึดมั่นการให้ความช่วยเหลือประชาชนคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอความร่วมมือจากคนไทยให้หลีกเลี่ยงการร่วมประท้วงชุมนุมในพื้นที่เสี่ยงที่มีความขัดแย้ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกของทุกภาคส่วน แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญสูงสุด



