เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ในหลายครอบครัวคนไทย ที่มีญาติไปทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล ต้องเป็นห่วงกับสถานการณ์การสู้รบ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านของ นางสาวจุรีรัตน์ เต็มวุฒิพงษ์ ชาวบ้านตำบลวังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย หลังทราบว่า มีลูกชายนายธนาพงศ์ เต็มวุฒิพงษ์ เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล และกำลังคุยวีดีโอคอล สอบถามสถานการณ์ พร้อมกับยืนยันปลอดภัยดี และยังไม่กลับบ้าน และได้ให้สัมภาษณ์ทางวีดีโอคอล

โดย นายธนาพงศ์ เปิดเผยว่า ตนเริ่มมาทำงานที่ประเทศอิสราเอล เดินทางเมื่อวันที่ 22 เมษายน 68 จะครบปีในเดือนหน้า ตนมาทำงานที่เมืองบูกาตา ตอนเหนือของอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยมาทำงานอยู่เมืองนี้ประมาณ 400 กว่าคน ส่วนใหญ่ทำงานเกษตรกรรม ส่วนตนทำงานอยู่ในสวนองุ่น เมืองบูกาต้าทุกวันยังใช้ชีวิตเป็นปกติ จะมีบางการสู้รบส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เฉพาะทางการทหารจะเป็นรอบนอกเสียมากว่า ในส่วนที่แคมป์ทำงานและในตัวเมืองบูกาต้า ยังคงปกติไม่การสู้รบแต่อย่างใด

สำหรับแคมป์ที่พักและในสวนองุ่น จะมีหลุมหลบภัยให้ ทุกวันยังคงทำงานเป็นปกติ แรก ๆ ของการสู้รบจะมีระเบิดผ่านหัวไปบาง แต่ส่วนใหญ่ก็ไปตกในเขตของทหาร ในเมืองบูกาต้าพลเมืองของเขา ก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติทุกอย่าง แต่เท่าที่ทราบการสู้รบจะมีอยู่เฉพาะในเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล แต่ทางตอนเหนือทุกอย่างปกติดี ยังไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ แต่เพื่อไม่ประมาท หากมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น แรงงานทุกคนจะรีบเข้าหลุมหลบภัยทันที ขอผ่านบอกคนไทย ที่อยู่ในประเทศไทยว่า ไม่ต้องเป็นห่วงมาก ไม่ต้องวิตก กังวลอะไร เพราะว่าทางนี้ปลอดภัยดี เพราะทำตามกฎระเบียบของอิสราเอล เพราะถ้าเราทำตามที่เขาบอกเราจะปลอดภัยดีทุกคน

ส่วนเพื่อนอีกคนคือ นายโจโจ้ ชาวบ้านอำเภอผาขาว จ.เลย เปิดเผยว่า ตนมาทำงานที่อิสราเอลได้ประมาณ 4 กว่าปี และในช่วงนี้ประเทศอิสราเอลได้มีการสู้รบกัน แต่หากมีเสียงเตือนพวกเราก็วิ่งไปหลุ่มหลบภัย และการสู้รบครั้งนี้ ทางภาคเหนือของอิสราเอลยังไม่รุนแรง ยังไม่ได้รับผลกระทบ คนไทยทางเมืองไทย ญาติพี่น้อง ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนใหญ่เขาจะยิงผ่านหัวเราไป ซึ่งตนอยู่ในเขตเบนชีอัน ซึ่งติดกับประเทศจอร์แดน ทุกวันยังทำงานเป็นปกติ เช้าออกทำงานเลิกงานกับเข้าแคมป์ที่พัก ปกติทุกอย่างเหมือนกับไม่มีสงคราม.