สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ว่าผลสำรวจระดับชาติและระดับรัฐ ที่ครอบคลุมผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเกือบ 20,000 คนใน 50 รัฐ และกรุงวอชิงตัน ซึ่งดำเนินการระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2568 พบว่า 33% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ลดค่าใช้จ่ายประจำวันอย่างน้อย 1 อย่าง เพื่อนำเงินดังกล่าวไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยกว่าในกลุ่มชาวอเมริกันที่ไม่มีประกันสุขภาพ โดย 62% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขาได้เสียสละอย่างน้อย 1 อย่าง เพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล ขณะที่อีก 32% ต้องกู้ยืมเงิน และ 24% ต้องยืดระยะเวลาการใช้ยาปัจจุบัน
A third of Americans are cutting back on everyday living expenses — even skipping meals — to pay for health care, according to a new poll. https://t.co/cRGgyT2JC0
— CBS News (@CBSNews) March 12, 2026
ในกลุ่มผู้ที่มีประกันสุขภาพ ผลสำรวจพบว่า เกือบ 3 ใน 10 คน ได้เสียสละอย่างน้อย 1 อย่าง ขณะที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ซึ่งมีประกันสุขภาพเอกชน กำลังจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่มากขึ้นในปี 2569 หลังเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ภายใต้กฎหมาย “Affordable Care Act” หรือ “โอบามาแคร์” ได้หมดอายุลงแล้ว
จากการสำรวจอีกครั้งหนึ่งของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 5,660 คน ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนใหญ่ผ่านทางกลุ่มตัวอย่างของแกลลัป ระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2568 ชาวอเมริกันรายงานว่า ได้เลื่อนเหตุการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ เช่น การซื้อบ้านใหม่ หรือการไปพักผ่อน
นอกจากนั้น เกือบ 9% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เลื่อนการเกษียณอายุออกไป เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ ส่วนผู้ที่เลื่อนการเปลี่ยนงานออกไปนั้น มีจำนวนมากกว่าถึง 2 เท่า.
เครดิตภาพ : AFP



