เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เวลา 11.50 น. ที่ห้องประชุมชี้แจงคณะกรรมาธิการฯ (สส.) ห้อง CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 4/2569 ทั้งนี้ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานเรื่องสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่าความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเพิ่มขึ้น โดยการขนส่งน้ำมันในบางช่วงได้รับผลกระทบ และประเทศมหาอำนาจเริ่มหารือถึงมาตรการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือสินค้าสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย


นอกจากนี้ สำหรับกรณีของเรือสินค้า “มยุรี นารี” นั้น บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือไทยจำนวน 20 คน ออกจากเมืองคาซับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมานแล้ว เมื่อค่ำเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2569 โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางออกจากโอมานในวันนี้ (15 มี.ค.) และจะกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 16 มี.ค.นี้ อย่างไรก็ตามยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งในวันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศได้ประสานงานกับ รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกเรือไทยต่อไป
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 2569 น.ส.วารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน พร้อมข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้การต้อนรับคณะลูกเรือคนไทยจำนวน 20 คน ของเรือ “มยุรี นารี” เรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และผู้จัดการบริษัท Sharaf Shipping Services สาขาโอมานซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทเจ้าของเรือในประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกเรือ ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ โดยได้มีการสนทนาถึงความปลอดภัย พร้อมทั้งเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะลูกเรือไทยและผู้จัดการบริษัทดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2569 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศโอมาน กองทัพเรือโอมาน ศูนย์รักษาความมั่นคงทางทะเลโอมาน และกองบัญชาการตำรวจเขตปกครองมูซันดัม ในการติดตามหาตัวลูกเรือที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมาน รวมทั้งสอบถามถึงความปลอดภัย โทรศัพท์ติดต่อตรงกับหัวหน้าลูกเรือ พร้อมทั้งเตรียมเดินทางไปพบและให้ความช่วยเหลือ ที่เมืองคาซับ เขตปกครองมูซันดัม ซึ่งเป็นดินแดนส่วนแยกของโอมานที่ปลายช่องแคบฮอร์มุซ ต่อมา บริษัทเจ้าของเรือลำดังกล่าวแจ้งว่าพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและนำตัวลูกเรือเดินทางจากเมืองคาซับมายังกรุงมัสกัตด้วยตนเอง เพื่อขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานกรุงมัสกัต กลับสู่ประเทศไทย

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัตได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้ลูกเรือทั้ง 20 คนใช้แทนเล่มเดิมที่ติดอยู่บนเรือ ส่งมอบให้ตัวแทนบริษัทเจ้าของเรือฯ ที่อยู่ในกรุงมัสกัตนำไปมอบให้ลูกเรือไทยได้โดยรวดเร็ว เพื่อใช้เดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองกาซับ ผ่านดินแดนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนกลับเข้าดินแดนโอมาน โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบีและสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ขอวีซ่าเข้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้แก่ลูกเรือ 20 คน รวมถึงฝ่ายโอมานในการอำนวยความสะดวกแก่ลูกเรือไทยในการผ่านแดนทางบก และเดินทางต่อมายังกรุงมัสกัตเพื่อกลับประเทศไทยต่อไป
สำหรับการเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนนั้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพเรือ ยังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกเรือไทยของเรือ “มยุรี นารี” 20 คน จะเดินทางกลับมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลาประมาณ 07.30 น. โดยจะมีนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนของกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ



