เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการตรวจสอบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ว่า ตอนนี้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวดำเนินการไปหลายช่องทาง ซึ่งมีทั้งภาคประชาชนยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็กำลังจะยื่นต่อไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในส่วนของพรรคประชาชนได้ยื่นดำเนินคดีอาญามาตรา 157 ไปแล้ว ซึ่งจุดร่วมที่เรามีตรงกันในเรื่องนี้ คือ จะทำอย่างไรให้ไม่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรอยู่ในบัตรเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งถัดไป เพราะเห็นชัดเจนแล้วว่าการมีบาร์โค้ดที่ระบุรหัสบัตรได้ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ ว่า ใครกาให้กับใคร ทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยลับ จึงไม่ต้องการให้มีบาร์โค้ดอยู่ในบัตรเลือกตั้งอีกต่อไป

ส่วนที่คนวิจารณ์ว่าพรรคประชาชน พอได้รายงานตัวเป็น สส.ก็ไม่ตรวจสอบแล้ว นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราเดินหน้าสองขาคู่ขนานกัน เพราะเห็นปัญหาของการเลือกตั้ง ก็พยายามใช้ช่องทางต่างๆ ในการตรวจสอบ เจตนาไม่ได้ต้องการให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้ง แต่เพื่อต้องให้เกิดการรับผิดรับผิดชอบทางกฎหมาย หากมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีข้อบกพร่องเกิดขึ้น นอกจากนี้ เมื่อสภาเปิดสมัยประชุมแล้ว ก็เป็นพื้นที่ในการผลักดัน โดยใช้กลไกในสภาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ด้วย และเตรียมยืนร่างกฎหมาย 20-30 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนกลับมามีสิทธิเข้าชื่อริเริ่มกระบวนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือการทำให้องค์กรอิสระ ไม่เป็นอิสระจากประชาชน หากประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ กกต. ดำเนินการเป็นอำนาจโดยมิชอบก็สามารถเข้าชื่อถอดถอนได้

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังอยากให้ประชาชนจับตาการตรวจสอบการเลือกตั้งที่ จ.สุพรรณบุรี เขต 2 เพราะปัจจุบันที่ผลการเลือกตั้งจากการนับใหม่มีคะแนนต่างกันแบบเท่าตัว ซึ่งเราตรวจสอบเรื่องนี้ 2 ทาง คือ 1.ให้ กกต. นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง แม้ผลการเลือกตั้งไม่ได้เปลี่ยน แต่จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และทำให้เห็นความผิดพลาดที่สะท้อนถึงกระบวนการในภาพกว้าง ที่มีการทุจริตในระดับหน่วยเลือกตั้ง 2.ได้ดำเนินคดีกับ กปน. ที่นับคะแนนโดยมิชอบ.