วานนี้ (16 มี.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอประสบการณ์ล้มป่วยด้วยโรคที่พบได้ยากของหญิงสาววัย 24 ปี ซึ่งเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน โดยมีสาเหตุมาจากอาหารที่เพื่อนเป็นคนปรุงเอง

เมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่ ทรินิตี ปีเตอร์สัน-เมย์ส ร่วมรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ เธอก็พบว่า ตนเองไม่สามารถกลืน พูด หรือขยับร่างกายได้

“ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง อาการมันค่อยๆ แย่ลง จากที่แค่ซดน้ำไม่ได้ กลายเป็นว่าดื่มน้ำไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว” ปีเตอร์สัน-เมย์ส ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว KPNX ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เธอเล่าว่า หลังจากที่เธอสำลักกาแฟอย่างรุนแรงทั้งที่เพิ่งจิบเข้าไป เธอจึงรีบไปพบแพทย์ที่แผนกฉุกเฉินทันที

อาการป่วยของ ปีเตอร์สัน-เมย์ส เกิดขึ้นหลังจากที่เธอกินปลากระโทงดาบหมักที่เพื่อนเป็นคนทำเอง

“บอกตามตรงเลยค่ะ รสชาติมันแย่มาก” ปีเตอร์สัน-เมเยส์กล่าว “แต่เขาบอกกันว่ามันดีต่อสุขภาพ ฉันเลยคิดว่าลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย ถ้ามันแย่มาก อย่างมากก็แค่กินแล้วปวดท้อง”

แต่อาการของเธอร้ายแรงกว่านั้น หลังจากเข้ารับการรักษา หญิงสาวก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น โรคอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงเนื่องจากมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อน  (Botulism) ซึ่งเป็นโรคที่พบยาก แต่ร้ายแรงมาก

โรคนี้เกิดจากสารพิษของแบคทีเรียที่อยู่ในอาหารเข้าไปโจมตีระบบประสาทของร่างกาย ขัดขวางการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ จนทำให้เกิดปัญหาในการหายใจ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต และอาจถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและรักษาด้วยยาต้านพิษ (Antitoxin)

อาการของโรคโบทูลิซึมมักจะปรากฏภายใน 12 ถึง 36 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ โดยมีอาการตั้งแต่เวียนศีรษะ ตาพร่ามัวหรือเห็นภาพซ้อน พูดลำบาก กลืนลำบาก หายใจติดขัด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องอืด และท้องผูก 

แม้อัตราการเกิดโรคจะต่ำ แต่อัตราการเสียชีวิตนั้นสูงมาก หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยเสียถึง 5-10% 

หลังจากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อาการของเธอรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอไม่สามารถกลืนน้ำลาย และกล้ามเนื้อใบหน้าเริ่มอ่อนแรงลง เธอถูกส่งตัวไปยังศูนย์การแพทย์เซนต์โจเซฟและสถาบันประสาทวิทยาแบร์โรว์ในเมืองฟีนิกซ์เพื่อรับการรักษาเฉพาะทางด้านระบบประสาท เนื่องจากสารพิษเริ่มแพร่กระจายจนเธอต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

“ฉันตื่นมาพร้อมกับสายน้ำเกลือ 3 เส้น” เธอกล่าว “ฉันต้องใส่ท่อช่วยหายใจ มีการเจาะสายสวนเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่คอ และขยับตัวไม่ได้เลย มันน่ากลัวมาก ฉันพูดไม่ได้ เดินไม่ได้”

หลังจากได้รับยาต้านพิษที่ช่วยชีวิตไว้ได้ ขณะนี้ปีเตอร์สัน-เมย์สอยู่ระหว่างพักฟื้นที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากโรคโบทูลิซึมเข้าไปปิดกั้นการทำงานของเส้นประสาท ร่างกายจึงต้องค่อยๆ สร้างจุดเชื่อมต่อเส้นประสาทขึ้นมาใหม่ก่อนที่กล้ามเนื้อจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ลอเรน แม่ของเธอได้เริ่มระดมทุนผ่านเว็บไซต์ GoFundMe เพื่อขอสนับสนุนค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายระหว่างที่ลูกสาวกำลังพักฟื้น

ในบรรดาเพื่อนทั้ง 5 คนที่ร่วมกินเมนูปลาหมักกับเธอ มีเพื่อนอีก 2 คนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกันกับเธอ แต่พวกเขาออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ขณะที่ปีเตอร์สัน-เมย์ส น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในสัปดาห์หน้า แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่เธอจะรู้สึกกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง 

การเฉียดตายในครั้งนี้ทำให้เธอเข็ดขยาดอาหารทะเลไปเลย “ตอนนี้ฉันกลัวซูชิไปด้วยเลยค่ะ” เธอกล่าว

โรคอาหารเป็นพิษระดับรุนแรงจากเชื้อแบคทีเรียหรือโบทูลิซึมจากอาหารนั้นพบได้น้อยมาก โดยในสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยเพียง 24 รายต่อปีเท่านั้น อันที่จริง ในกลุ่มอายุรแพทย์ด้านประสาทและสมองที่รักษาเธอนั้น ไม่มีใครเคยเจอผู้ป่วยโรคโบทูลิซึมจริงๆ มาก่อนเลย 

แม้ว่าแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคจะพบได้ทั่วไป แต่มันทำให้ป่วยจากการกินเข้าไปได้น้อยมาก เพราะมันต้องอาศัยสภาวะที่เฉพาะเจาะจงมากในการผลิตสารพิษที่อันตรายถึงชีวิตในระหว่างหมักดองอาหาร เช่น สภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำหรือไม่มีเลย มีความเป็นกรดต่ำ น้ำตาลน้อย เกลือน้อย มีปริมาณน้ำที่พอเหมาะ และอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, GoFundMe