จากกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ (17 มี.ค.) ถึงสถานการณ์การปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งกลุ่มเบนซินและดีเซล โดยระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินได้มีการขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดีเซลเริ่มมีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 18 มีนาคม โดยรัฐบาลพยายามที่จะอั้นราคาไว้ไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาน้ำมันในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรับส่งอาหารหรือไรเดอร์ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนอาชีพ
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการทำงานของเหล่าไรเดอร์บริเวณย่านโชคชัย 4 เขตลาดพร้าว 71 เพื่อสอบถามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยได้พูดคุยกับ นายชยันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี อดีตกราฟิกดีไซน์ที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเนื่องจากปัญหาสุขภาพออฟฟิศซินโดรม เพื่อมาขับรถส่งอาหารเลี้ยงดูลูก 3 คน มานานกว่า 5-6 ปี นายชยันต์ เปิดเผยด้วยความกังวลว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและรายได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากต้นทุนหลักในการวิ่งงานคือน้ำมัน แต่ในทางกลับกัน ค่าตอบแทนต่อรอบที่ได้รับจากผู้ให้บริการแอปพลิเคชันกลับไม่มีทีท่าว่าจะปรับเพิ่มขึ้นตามภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

นายชยันต์ ระบุว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่ว่าน้ำมันจะแพงขึ้นเพียงใด ทางบริษัทแอปพลิเคชันมักจะไม่มีการปรับค่ารอบเพิ่มให้แก่ไรเดอร์ ซึ่งปัจจุบันค่าตอบแทนที่ได้รับก็นับว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับระยะทาง โดยยกตัวอย่างว่าการวิ่งงานหนึ่งครั้งที่มีรายได้ประมาณ 30 บาท ไรเดอร์ต้องขับรถเป็นระยะทางไกลถึง 3.5 ถึง 4.5 กิโลเมตร เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเช่นนี้จึงทำให้กำไรต่อรอบแทบไม่เหลือ แม้ปัจจุบันตนจะใช้รถจักรยานยนต์รุ่นประหยัดน้ำมัน ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อวัน แต่หากราคายังขยับขึ้นต่อเนื่อง ภาระนี้ก็จะยิ่งหนักหนาสาหัสขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นตนก็ยังยืนยันที่จะยึดอาชีพนี้ต่อไป เพราะเป็นรายได้หลักเพียงทางเดียวในการจุนเจือครอบครัว
นอกจากนี้ นายชยันต์ ยังได้สะท้อนภาพรวมของปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีว่า สถานการณ์รายได้ของไรเดอร์เริ่มย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นแต่ค่าตอบแทนต่อรอบกลับลดลงสวนทางกันอย่างน่าตกใจ ไรเดอร์ถูกบีบคั้นในทุกด้าน ทั้งเรื่องกรอบเวลาในการส่งงาน ระยะทางที่ไกลขึ้น และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าบำรุงรักษารถและค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงไม่หยุด จนบางครั้งเมื่อหักลบกลบหนี้แล้วแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋า ในขณะที่สวัสดิการใดๆ ก็ไม่มีรองรับ ไรเดอร์ทุกคนต้องแบกรับความเสี่ยงและดูแลตัวเองทุกอย่าง

ในช่วงท้าย นายชยันต์ได้ฝากข้อความไปถึงบริษัทผู้ให้บริการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้หันมามองความเดือดร้อนของคนทำงานในอาชีพนี้อย่างจริงจัง ไม่ควรมองเพียงแค่ตัวเลขผลกำไรของบริษัทเพียงอย่างเดียว พร้อมกับตั้งความหวังลึก ๆ ว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นธรรมมากขึ้น ไม่ใช่การมุ่งลดค่ารอบและผลักภาระให้คนขับเพียงฝ่ายเดียวเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้
จะเห็นได้ว่าเสียงสะท้อนจากไรเดอร์ย่านโชคชัย 4 เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นในกลุ่มอาชีพแรงงานอิสระ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวยากหมากแพงและราคาน้ำมันที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะทรงตัว ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลและผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต้องเร่งหาทางออกเพื่อไม่ให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องแบกรับภาระจนเกินขีดจำกัด.



