ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) รักษาการผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า จากการดำเนินนโยบาย 2D ภายใต้แนวคิด “Smart & Green Port” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero Port ได้แก่ Decarbonization และ Digitalization อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงพักสินค้า การใช้รถและเครื่องมือทุ่นแรงพลังงานไฟฟ้า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำงาน รวมทั้งปลูกป่าและสร้างฝายเก็บน้ำ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ จัดการขยะจากท่าเรืออย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนให้ลูกค้าใช้บริการขนส่งสินค้าทางราง และทางน้ำแทนทางถนน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร กล่าวต่อว่า ผลปรากฏว่า ในปี 2568 กทท. สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6.77% หรือ 3,958 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Ton CO₂eq) เมื่อเทียบกับกรณีฐาน ตามการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กรตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ครอบคลุมทั้งการปล่อยทางตรง และทางอ้อมจากการใช้พลังงานในกิจกรรมท่าเรือ ปัจจุบัน กทท. มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 54,469 Ton CO₂eq ลดลงจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนโครงการด้าน Decarbonization ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการทำงาน ควบคู่แผนแม่บทสิ่งแวดล้อมขององค์กร

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร กล่าวอีกว่า กทท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 สอดคล้องตามเป้าหมายของประเทศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในระดับสากล ในโอกาสครบรอบ 75 ปี กทท. ฐานะองค์กรที่เสริมพลังเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ มุ่งพัฒนาท่าเรือให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินงาน เสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก และขับเคลื่อนอนาคตประเทศให้เติบโตบนรากฐานของความสมดุล และความยั่งยืนในระยะยาว.



