เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายหลังเว็บไซต์ของมาเลเซีย อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายอาหมัด ฟาห์มี อาหมัด ซาร์กาวี กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ที่ออกคำแนะนำเตือนชาวมาเลเซีย ซึ่งมีแผนเดินทางโดยรถยนต์เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลอีดิลฟิตรี ในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลา เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2569 เนื่องจากกังวลสถานการณ์การขาดแคลนน้ำมันในประเทศไทย อันเป็นผลจากการกักตุนที่ขยายวงมาจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่า ผู้ที่เดินทางข้ามแดนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่ไปทำงานในรัฐต่าง ๆ ของมาเลเซีย และทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิลฟิตรี หรือ “วันรายอออกปอซอ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 หรือ 21 มี.ค. 2569 โดยกำหนดดูดวงจันทร์ในวันที่ 19 มี.ค. หรือในค่ำคืนนี้
พ.ต.อ.พลูศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส เปิดเผยสถิติคนไทยที่เดินทางกลับจากมาเลเซียในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบว่า วันที่ 18 มี.ค. 2569 มีจำนวน 12,072 คน วันที่ 17 มี.ค. 2569 จำนวน 7,900 คน และวันที่ 16 มี.ค. 2569 จำนวน 8,000 คน

ขณะที่ชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยช่วงเทศกาลอีดิลฟิตรีมีจำนวนลดลงอย่างมาก ทั้งที่โดยปกติในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี จะมีชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของคนไทยที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในแต่ละวัน
จากการสอบถามชาวมาเลเซียที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย ทราบว่า สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทำให้ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามแผนที่วางไว้ โดยส่วนใหญ่ชาวมาเลเซียจะใช้ด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เป็นเส้นทางผ่านเพื่อเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่หาดใหญ่ สงขลา และพัทลุง
ส่วนสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก โดยรวมยังคงเป็นไปตามปกติ ประชาชนสามารถนำยานพาหนะมาเติมน้ำมันได้ทุกชนิด อย่างไรก็ตาม มีการจำกัดการเติมใส่ภาชนะ เช่น แกลลอนหรือถัง โดยกำหนดให้จำหน่ายไม่เกินคนละ 5 ลิตร
ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนแต่อย่างใด



