พระพรหมวชิราทร เจ้าคณะภาค 13 เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร กล่าวว่า คณะสงฆ์ภาค 13 (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) ได้จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพพระสังฆาธิการเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการปฏิบัติงานสำหรับพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 13 ดังนี้ วันที่ 17 มี.ค. ที่วัดกุณฑีธาร จ.ชลบุรี วันที่ 16 มี.ค. วัดเนินพระ จ.ระยอง วันที่ 12 มี.ค. วัดศรีเมือง จ.จันทบุรี วันที่ 11 มี.ค. วัดหนองบัว จ.ตราด รวมจำนวน 280 รูป เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พระสังฆาธิการได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง จริงจัง เกิดเป็นแนวทางปฏิบัติในการทำงาน สามารถดึงศักยภาพของตนเองมาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มประสิทธิผลในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น

พระพรหมวชิราทร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้พระสังฆาธิการ มีอำนาจหน้าที่ในการปกครองคณะสงฆ์ในเขตปกครองของตน คือ บริหารการคณะสงฆ์และการพระศาสนา ตามพันธกิจหลักของคณะสงฆ์ไทย มุ่งเน้นการธำรงพระธรรมวินัยและการพัฒนาสังคม โดยเน้น 4 ด้านหลัก คือ 1. การปกครอง ดูแลความเรียบร้อย ดำเนินการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎมหาเถรสมาคม เพื่อความเรียบร้อยดีงามของพระสังฆาธิการและพระภิกษุสามเณร 2. การเผยแผ่ นำหลักธรรมไปสู่ประชาชน นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปเผยแผ่แก่ประชาชน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

3. การศาสนศึกษา เล่าเรียนพระธรรมวินัย จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี รวมถึงศึกษาสงเคราะห์ เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรมแก่พระภิกษุสามเณรและประชาชน 4. การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์ บำรุงวัดและช่วยเหลือสังคม ดูแลรักษา บูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและวัดวาอาราม รวมถึงช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ เช่น ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย การศึกษา และอนามัยชุมชน ขอให้พระสังฆาธิการปฏิบัติตามกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สังวรและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัดด้วย



