เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 69 แม่และผู้ปกครองพาเณร 7 รูป ที่ตกเป็นเหยื่อกาม 2 อดีตพระมหาวัดดังใน กทม. เข้าพบ “ปวีณา” เพื่อให้ข้อมูลและขอความช่วยเหลือ ขอให้พาเณรอีก 4 รูป เข้าแจ้งความกับ ปคม. เพื่อดำเนินคดีกับ 2 อดีตพระมหาวัดดังใน กทม. เป็นกลุ่มที่ 2 ส่วนเณรอีก 3 รูป แจ้งความแล้ว
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางพาผู้ปกครองและเณร 3 รูป ไปพบและให้ข้อมูลกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง กรณีเณร 3 รูป ถูกพระพี่เลี้ยงเป็นพระมหาวัดดัง 2 รูป ข่มขืนอนาจารล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนจะแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.)
ต่อมาวันที่ 20 มี.ค. 69 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. มอบหมายให้ พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.นนทพัทธ์ กาวชู สว.กก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. ออกหมายจับ และเข้าจับกุม พระมหาวัดดัง 2 รูป ข่มขืนอนาจารล่วงละเมิดทางเพศสามเณรกว่า 30 รูป โดยแม่กับยายและญาติ พาสามเณร 3 รูป เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หลังทนทุกข์เป็นเหยื่อกามมาเป็นปี ซึ่งพระมหาทั้ง 2 รูป เป็นพระพี่เลี้ยงที่คอยดูแลสามเณรที่มาบวชเรียนศึกษาพระธรรม พระมหาทั้งสองจะผลัดเปลี่ยนเรียกสามเณรไปที่กุฏิโดยเอาเกมมือถือหลอกล่อ และให้บีบนวดเปิดหนังโป๊ให้ดู บังคับให้อมอวัยวะเพศพระ ถ่ายคลิปเก็บไว้ หลังก่อเหตุให้เงินปิดปากข่มขู่ห้ามบอกใคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม พระต้า และ พระตูน ได้ที่วัดดังใจกลางกรุงเทพฯ สอบสวนทั้งสองให้การรับสารภาพ ก่อนจะนำตัวไปสึกทันที พร้อมส่งดำเนินคดีตามหมายจับข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราอื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ, กระทำชำเราและกระทำอนาจารเด็ก อายุยังไม่เกินสิบห้าปี, ข่มขืนกระทำชำเรา การกระทำอนาจารซึ่งกระทำต่อเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี เป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ หรือผู้อยู่ในความปกครอง ในความพิทักษ์หรือความอนุบาล, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ และบังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็ก ประพฤติตนไม่สมควร”

ล่าสุดวันนี้ 21 มี.ค. 69 แม่และผู้ปกครองพาสามเณรอีก 4 รูป เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา แจ้งว่า ตกเป็นเหยื่อพระมหาทั้ง 2 รูป ที่ถูก ตร.ปคม. จับกุมวานนี้ และยังมีพระสงฆ์ในวัดและต่างวัดที่มาก่อเหตุกับสามเณรในวัดอีกหลายรูป ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยพาเข้าแจ้งความ เพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ผู้ปกครองของนายเอ (นามสมมุติ) อดีตเณร อายุ 15 ปี กล่าวว่า นายเอไปบวชเรียนอยู่ที่วัดตั้งแต่ภาคฤดูร้อน ปี 2566 และอยู่กุฏิเดียวกับ พระบี (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยง ถูกกระทำล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้าไปอยู่ ในกุฏิมีเณร 5 คน ทุกคนถูกล่วงละเมิดกอดจูบแต่ก็วิ่งหนีไม่ยอม ส่วนนายเอไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวจะถูกทำร้าย และถูกข่มขู่ห้ามไปบอกใคร หลังจากถูกกอดจูบ ต่อมาพระบีก็ข่มขืนกระทำชำเราเรื่อยมาแทบทุกวันเป็นเวลาถึง 2 ปี 8 เดือน กระทั่งเดือน พ.ย. 68 นายเอ ทนไม่ไหวจึงได้บอกแม่มาพาสึกออกไป ที่ผ่านมาแม่และนายเอไม่กล้าเอาเรื่อง จนเห็นข่าวที่มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเณร จึงได้มาขอให้นางปวีณา ช่วยเหลือพาแจ้งความเพราะต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
นางปวีณา กล่าวขอบคุณ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.นนทพัทธ์ กาวชู สว.กก.1 บก.ปคม. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ เกียรติตั้ง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรวบรวมหลักฐานจนสามารถออกหมายจับและจับกุม สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพด้วยหลักฐาน นับว่าเป็นคดีตัวอย่างที่ใครก็ตามที่ทำผิดกฎหมายต้องได้รับการลงโทษดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจ ปคม. ยังต้องเตรียมสอบสหวิชาชีพกับเณรอีก 4 รูป ที่ตำรวจ ปคม. ได้ให้การช่วยเหลือขณะเข้าจับกุมอดีตพระมหา 2 รูปที่กระทำความผิด
นางปวีณา กล่าวว่า วันนี้มีผู้ปกครองสามเณร 3 รูปที่สึกแล้ว ได้รับการช่วยเหลือแล้ว เดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ เพื่อประชุมหารือในเรื่องการเรียนของเด็ก โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกระทรวงศึกษาธิการหาโรงเรียนให้เรียนตามความเหมาะสม สำหรับเณรอีก 4 รูป ยังไม่ได้แจ้งความ มีบางรูปสึกแล้ว วันนี้ผู้ปกครองขอให้มูลนิธิปวีณาฯ พาไปแจ้งความที่ ปคม. เป็นกลุ่มที่ 2 โดยมูลนิธิปวีณาฯ ได้นัดหมายกับ ปคม. ไว้แล้ว ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะประชุมหารือกับผู้ปกครองเณรที่ทั้งสึกแล้วและกำลังจะสึก เพื่อวางอนาคตให้เณรทุกรูปกลับมาดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกระทรวงศึกษาธิการเรื่องโรงเรียน ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้าฟื้นฟูสภาพจิตใจ ประสานกระทรวงยุติธรรม ให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา และติดตามคดีกับตำรวจ ปคม. จนเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรม



