เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน สตง. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบตึก สตง.ถล่ม ว่า ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ก็จะครบ 1 ปี  ซึ่งได้มีการเสนอความคืบหน้าการตรวจสอบผ่านสื่อมวลชนให้ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนการตรวจสอบภายในของสำนักงาน สตง.นั้น ตั้งแต่เกิดเรื่อง นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ให้เร่งรัดดำเนินการและตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ คณะแรก คือคณะกรรมการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลระบุต้องได้รับทราบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันแต่มีการขอขยายระยะเวลาเป็น 90 วัน เนื่องจากเป็นเรื่องเชิงเทคนิคและคุณภาพ จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้ ดังนั้น สตง. จึงจำเป็นต้องรอ หากรู้สาเหตุของการพังถล่มก็หาผู้รับผิดชอบได้  เมื่อคณะกรรมการชุดดังกล่าวตรวจสอบเสร็จ สตง.ก็ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของตึกถล่มและผู้ที่ต้องรับผิดชอบ โดยหากเป็นภาคเอกชนจะต้องรับผิดชอบทางอาญา แพ่งและความผิดทางปกครอง  เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบทั้งอาญา แพ่งและทางวินัย 

ทั้งนี้นายกฯ ก็ได้แถลงผลการตรวจสอบ พบว่าแบบก่อสร้างผิดมาตรฐาน การก่อสร้างและการควบคุมงานไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี เหล็กและคอนกรีตไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเหล็กและคอนกรีตที่มาตามหลักรายงานทางวิทยาศาสตร์ผ่านการทดสอบแต่เมื่อนำมาก่อสร้างไม่เป็นไปตามวิชาการช่างที่ดี ทำให้คุณภาพของปูนซีเมนต์ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นจุดเปราะบาง ทำให้คอร์ลิฟต์บิดและถล่มในลักษณะยุบตัวลงมา ซึ่งรายงานผลการตรวจสอบฉบับจริง ผู้ว่า สตง.ได้ส่งให้อัยการ และพนักงานสอบสวนเท่านั้น โดยกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตั้งมา 3 คณะได้แยกการตรวจสอบ โดยชุดที่ 1 ดูการออกแบบ ชุดที่ 2 ดูการควบคุมงาน และชุดที่ 3 ดูการก่อสร้าง ก่อนสรุปให้ผู้ว่า สตง.ได้รับทราบ และรู้ว่าต้องดำเนินกับใคร ขอยืนยันว่า หากเป็นความผิดของเอกชนหรือความผิดของข้าราชการไม่มีใครพ้นผิด หากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอว่าสมควรดำเนินการ และเรียกร้องความเสียหายรวมถึงดำเนินการด้านวินัยต่อบุคคลใด

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดขณะนี้ สตง.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 1 ชุดดูเรื่องความเสียหาย ซึ่งตั้งก่อนที่รัฐบาลจะแต่งตั้งให้กระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง เป็นผู้ติดตามและตรวจสอบกรณีดังกล่าว ยืนยันว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง สตง.ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เป็นเรื่องที่ข้าราชการจะต้องทำตามระเบียบข้อสัญญา และข้อมูลต่างๆ โดยทุกเรื่องได้สอบถามและปรึกษากับอัยการสูงสุดเนื่องจากไม่เคยเกิดขึ้น เช่น กรณีสัญญาสิ้นสุดแล้วจะบอกเลิกได้หรือไม่ รวมถึงสอบถามกรมบัญชีกลาง ที่เป็นผู้ออกระเบียบ สตง.ปฏิบัติตามนั้นจึงทำให้เกิดความล่าช้า รวมถึงงานก่อสร้างและควบคุมงาน ก็ได้แจ้งบอกเลิกสัญญาและแจ้งเรื่องการผิดหลักประกันแล้ว ส่วนการดำเนินการในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ต้องรอผลสรุปว่าความเสียหายเกิดขึ้น ก็จะเรียกร้องตามนั้น หากไม่จ่ายจะต้องยื่นฟ้องร้อง ทุกขั้นตอนมีอัยการสูงสุดเป็นที่ปรึกษา ทั้งนี้ผู้ว่า สตง.กำลังพิจารณาเป็นโจทก์ร่วมที่ทางสำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องเอกชน 23 ราย หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเอกชนใช้เอกสารเท็จ สตง.ในฐานะผู้เสียหายก็จะฟ้องเอกชนเพิ่มอีกคดี ยืนยันการดำเนินการไม่ได้ล่าช้า ผู้ว่า สตง.ก็ได้ติดตามตรวจสอบตลอดเวลา

เมื่อถามถึงการก่อสร้างตึกสำนักงานใหม่ นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า สตง.คงจะไม่เดินหน้าต่อ เพราะงบประมาณได้ระงับแล้วและที่ดินตรงนั้น คงไม่มีใครอยากไปอยู่ในที่ที่เคยเป็นแผลของเรา เพราะรู้สึกเสียใจตลอดเวลา ดังนั้นคงไม่ดำเนินการโครงการนี้ต่อ โดยจะมีการบอกยกเลิกสัญญาการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และจะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ขณะนี้ยังปฏิบัติงานอยู่ที่สำนักงานเดิมต่อ ส่วนต่อไปจะดำเนินการอย่างไร ก็คงเป็นนโยบายของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่า สตง.ต่อไป

โฆษก สตง. กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่มก็กระทบกับหน้าที่การตรวจสอบหน่วยงานอื่น ซึ่ง สตง.มีสำนักงานอยู่ที่ส่วนกลาง และสำนักตรวจสอบอยู่ที่จังหวัดรวมแล้วกว่า 90 แห่ง มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 61 จังหวัด และระดับภาค 15 ภาค มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 3,000-4,000 คน ทำงานตามอำนาจหน้าที่ ให้คำปรึกษาแนะนำหน่วยงานต่างๆ  จึงทำให้คะแนน  ITA ที่ได้รับจากการประเมินของบุคคลภายนอกประเมินได้คะแนนสูง แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเรื่องตึกถล่ม อย่างไรก็ตามขอให้สังคมแยกแยะไม่นำมารวมกัน เนื่องจากตึกถล่มมีผู้รับผิดชอบประมาณ 75 คน ผู้ที่รับผิดชอบคือผู้ว่า สตง. สำนักบริหารกลาง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนพ่อบ้านในการจัดซื้อจัดจ้าง และเจ้าหน้าที่ที่ถูกแต่งตั้งขึ้นอีก 10 คณะประมาณ 70 คน ตนก็อยู่ในนั้น

“คำว่าตึกถล่มคงอยู่กับ สตง.ไปจนวันตาย เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง ผมก็ยังรู้สึกเสียใจและขออภัยญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต 93 ราย สูญหายอีก 3 ราย บาดเจ็บ 8 ราย ซึ่ง สตง.ทำได้เพียงขอเป็นเจ้าภาพจากเงินสำนักงาน สตง.ทั่วประเทศ ซึ่งการขอเป็นเจ้าภาพก็รู้ว่าญาติผู้เสียชีวิตไม่ค่อยสบายใจ แต่ในฐานะเป็นผู้ว่าจ้าง สำนักงานก็มีความเสียใจและขออภัย” โฆษก สตง.กล่าว และว่า ในส่วนของการเยียวยาก็เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งผู้ว่า สตง.ได้พยายามประสานไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้เยียวยาเพิ่มเติม นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของ สตง.ก็ได้รับการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวนในทุกมิติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้หากพบว่ามีความผิด เจ้าหน้าที่ สตง.ก็พร้อมรับผิด หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผิด ขออย่ายัดเยียดความผิดอีกเลยว่าเป็นการช่วยเหลือกัน เพราะไม่ได้ตรวจสอบกันเอง แต่มีคณะกรรมการตรวจสอบ นอกจากนี้ สตง.ยังมีการได้ประสานผู้เชี่ยวชาญทั้งจากกรมโยธาธิการและผังเมือง สภาวิศวกร มาร่วมถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก รวมถึงหาข้อเสนอแนะในมุมของ สตง.ไปยังกรมบัญชีกลาง กรณีการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ ต้องตั้งเกณฑ์ผู้รับจ้างใหม่โดยไม่ใช้จำนวนราคา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำราคามาปันกันแล้วนำเงินไปหมุน.