นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาตัวแทนสมาคมชาวนาและเกษตรไทย เปิดเผย หลังได้เดินทางมากระทรวงพาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้พิจารณาช่วยเหลือแก้ไขวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคเกษตรกรรมเป็นการเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม นางศุภจีติดภารกิจจึงมอบหมายให้อธิบดีกรมการค้าภายใน และองค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้รับมอบและร่วมประชุมรับฟังความเดือดร้อนเกษตรกรในเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่พุ่งขึ้น

“ขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนมาก เพราะประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ สวนทางกับรายจ่ายต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันราคาข้าวเปลือกความชื้น 25% อยู่ที่ตันละ 6,500 – 7,000 บาท สวนทางกับต้นทุนที่อยู่ระดับ 6,000-7,000 บาท ซึ่งเรียกว่าทำมาแล้วแทบไม่เหลืออะไร โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่แพงกว่าเดิมมากจากกระสอบละ 800 บาท เพิ่มเป็น 1,100-1,200 บาท ไม่รวมต้นทุนน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นและยังหาเติมยาก ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือมากกว่านี้”

ทั้งนี้ สมาคมต้องการให้ขยายสิทธิ์การช่วยเหลือปุ๋ยจากครัวเรือนละ 5 กระสอบ เพิ่มเป็น 10 กระสอบ นอกจากนี้ ต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปัง ที่กำลังมีราคาแพงและขาดแคลน  โดยหลังจากยื่นหนังสือไปแล้ว หากภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจน เกษตรกรหลายจังหวัด อาจต้องยกระดับการเคลื่อนไหว หรือรวมตัวประท้วง เนื่องจากเป็นความอัดอั้นตันใจจากภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหวแล้ว”