เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยถึงผลชันสูตรสาวชาวลาวถูกแฟนหนุ่มชาติเดียวกันฆ่าหั่นศพ และนำชิ้นส่วนร่างกายบรรจุใส่ถุงไปทิ้งในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับชิ้นส่วนที่พบประมาณ 80% มาชันสูตร ส่วนที่เหลือคือ ซี่โครงและอวัยวะภายในช่องท้อง พนักงานสอบสวนเร่งติดตามและรวบรวมหลักฐานมาส่งมอบ ขณะนี้กระบวนการทั้งหมดอยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ โดยยังไม่มีบุคคลใดมาแสดงตัวว่าเป็นญาติของผู้เสียชีวิต

ด้าน นายแพทย์วรวีร์ ไวยวุฒิ รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับชิ้นส่วนที่นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มีจำนวน 6 ถุงจากทั้งหมด 8 ถุง ซึ่งประกอบด้วย แขน ต้นขา ลำตัว ศีรษะ ส่วนของกระดูกซี่โครง อวัยวะภายในช่องท้อง ยังไม่พบ ขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์จะพิสูจน์ได้ว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของบุคคลใด หรือเป็นของคนเดียวกันหรือไม่ โดยจะต้องมีการตรวจดีเอ็นเอก่อน ว่าชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นของบุคคลเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งจะต้องดูว่าตามชิ้นส่วนต่าง ๆ มีร่องรอยการบาดเจ็บอย่างไรบ้าง รวมทั้งการตรวจเรื่องสารพิษ เพื่อที่จะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเป็นลักษณะการใช้มีดเล่มเดียวหั่นหรือตัดชิ้นส่วนตามร่างกายทั้งหมด ขณะนี้ชิ้นส่วนมีจำนวนมากและจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนที่บอกว่าผู้ตายจะเสียชีวิตก่อนหรือหลังที่มีการหั่นศพ ทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถตรวจได้ แต่ต้องใช้เวลา เพราะว่าจะมีการตรวจเนื้อเยื่อที่พบว่ามีการบาดเจ็บหรือไม่ก่อนที่จะมีการชำแหละหรือหั่น รวมทั้ง ระยะเวลาการเสียชีวิตมานานมากน้อยเพียงใด โดยจะต้องดูการตกตะกอนของเลือดในอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งจะบอกถึงระยะเวลาการเสียชีวิตหลังเกิดเหตุว่าเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด

รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นพบว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญการชำแหละหรือหั่นก็ทำการหั่นได้ แต่มีความเป็นไปได้ที่ผู้ก่อเหตุประกอบอาชีพเป็นพ่อครัว จึงสามารถใช้มีดได้อย่างชำนาญ พบว่าหลายครั้งผู้ก่อเหตุสามารถลงมือทำเพียงลำพังได้ ส่วนการก่อเหตุ โดยธรรมชาติหรือโดยปกติ คนร้ายจะกระทำกับเหยื่อหลังเสียชีวิตแล้ว จึงจะลงมือหั่นหรือชำแหละ แต่หากเหยื่อยังมีชีวิตหรือเพียงแค่สลบ หัวใจยังเต้น จะทำให้มีการสูบฉีดโลหิต หรือร่างกายยังเกิดปฏิกิริยาของร่างกาย ทำให้ปริมาณเลือดจะมีการกระจัดกระจายเต็มบริเวณพื้นที่ ทำให้ยากแก่การทำความสะอาด นอกจากนี้ ในการตรวจยังไม่พบบาดแผลอื่น ซึ่งเรื่องของบาดแผลหรือร่องรอยตามร่างกายอื่น ๆ รวมถึงการตัดชิ้นส่วนอื่น ๆ จะดูได้ว่ามีอาวุธมากกว่าหนึ่งชิ้นหรือมีบุคคลที่ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนได้ แต่กรณีจากการหั่นรายนี้เป็นเคสปกติที่พบทำคนเดียวได้.