เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการประชุมร่วมกับทีมเศรษฐกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงาน ในวันเดียวกันนี้จะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ ว่า มีหลายเรื่องขอให้รอที่ประชุมพลังงาน ซึ่งจะเป็นการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน เริ่มจากเรื่องที่เรากังวลที่สุดก่อน คือ จะมีน้ำมันใช้หรือไม่ วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่าแล้ว เกือบเดือน ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่ส่วนที่จะลักลอบเกร็งกำไร ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจไปดำเนินการ ซึ่งเราก็นึกไม่ถึงว่าคนจะทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศมีความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบจากกลางเดือน เม.ย. ลากไปจนถึงสิ้นเดือน พ.ค. แล้ว และจะยังเข้ามาเรื่อย ๆ และเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็มีข่าวที่เป็นบวก มีการส่งรายชื่อเรือของไทย ที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้า จากทางประเทศอิหร่าน ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตนได้ติดตามว่าผ่านมาจริงหรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ทางคลังกับโรงกลั่นน้ำมัน ต้องประกาศราคา หน้าคลังห้ามสูงเกินโรงกลั่น ตามมาตรา 8 ใช้บังคับ ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ซึ่งก็ลอยตัวตามกลไก เพราะฉะนั้นเรื่องการลักลอบ ก็จะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จไปแล้วก็ต้องไปดำเนินการ มีรายชื่อ มีการตรวจและสืบขยายผลเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ว่าในช่วงสงกรานต์นี้ จะมีน้ำมันเดินทางกลับภูมิลำเนา นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ได้แจ้งกับที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ไปแล้วว่าเป้าหมายคือ ประชาชนจะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางไปกลับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันนี้ได้สั่งการไปแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วได้มีการดำเนินการตามนี้อยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเราลดความตระหนกลง และจะมีการไล่จับกุมพวกที่กักตุน ซึ่งไม่ใช่ไอ้โม่ง เพราะเห็นๆ กันอยู่ เพราะการตัดตอนไม่ใช่แค่ 50 ลิตร หรือ 100 ลิตร แต่ต้องใช้คลัง หากไปตรวจเจอว่ามีการใช้มากกว่าทั่วไป ก็โดน ซึ่ง รมว.ยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กำลังดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกันเราก็ขยับกลไก ทำให้ราคาสมเหตุสมผล สมัยก่อนเราไปเติมในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้ตนต้องยอมรับว่าต้องดูแลประชาชนก่อน โดยให้พยุงราคาใน 2 สัปดาห์แรก โดยใช้กองทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อครบ 2 สัปดาห์ เราก็มีมาตรการใหม่
เมื่อถามอีกว่าจะพิจารณาเป็นภาวะฉุกเฉินหรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้า ก่อนขึ้นรถยนต์ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าเมื่อเจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ธรรมดา แต่เรามีกลไกรัฐ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤติ เราต้องผ่าน มั่นใจว่าเราต้องผ่านไปได้.



