เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน หลังจากรัฐบาลมีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทันที 6 บาท เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ผ่านฉากทัศน์บันได 5 ขั้น ที่รัฐบาลและประชาชนต้องเตรียมรับมือผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน ดังนี้ ขั้นที่ 1 (ทันที-2 สัปดาห์) วิกฤติต้นทุนการเคลื่อนที่ ส่งผลกระทบทันทีกับกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นสินค้าหลักและปัจจัยในการขนส่ง ค่าระวางเรือ ค่าขนส่งพัสดุ และรถบรรทุกสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้น ค่าโดยสารสาธารณะ ทั้งรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ และรถเมล์ (กลุ่มที่ไม่ใช้รถพลังงานไฟฟ้า) จะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ขั้นที่ 2 (1-2 เดือน) วัตถุดิบหลักทางการผลิตพุ่งสูง ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นวัตถุดิบต้นน้ำจะเริ่มปรับราคา เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดน้ำ ถุงพลาสติก และภาชนะต่างๆ จะมีต้นทุนสูงขึ้น ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเกษตร ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติและน้ำมันจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขั้นที่ 3 (2-3 เดือน) ต้นทุนแฝงเริ่มซึมเข้าสู่ราคาสินค้าอุปโภค สินค้าในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น สบู่ ยาสระผม และผงซักฟอก ซึ่งมีส่วนประกอบจากปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะเริ่มขยับราคา วัสดุก่อสร้าง ทั้งปูน เหล็ก และกระเบื้อง ที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการผลิตและมีน้ำหนักมากในการขนส่งจะเริ่มปรับตัวตาม ขั้นที่ 4 (3-5 เดือน) วิกฤติราคาอาหารและของสด ทั้งราคาผักและเนื้อสัตว์จะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าปุ๋ย อาหารสัตว์ และค่าขนส่งจากฟาร์มสู่ตลาด ร้านอาหารจานด่วนและอาหารตามสั่งจะเริ่มแบกรับต้นทุนก๊าซหุงต้มและวัตถุดิบไม่ไหว นำไปสู่การปรับขึ้นราคามื้อละ 5-10 บาท
นายพงศกร กล่าวว่า ขั้นที่ 5 (6 เดือนขึ้นไป) วงจรเงินเฟ้อและค่าแรง โดยค่าไฟฟ้า (เอฟที) จะปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการคำนวณบัญชีที่มักตามหลังราคาน้ำมันประมาณ 4 เดือน เมื่อราคาสินค้าทุกอย่างแพงขึ้นจนเกิดภาวะเงินเฟ้อ แรงงานจะเริ่มรับภาระไม่ไหว และออกมาเรียกร้องการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งการปรับค่าแรงจะกลายเป็นต้นทุนรอบใหม่ที่ทำให้ราคาสินค้าขยับสูงขึ้นไปอีกเป็นวงจรไม่สิ้นสุด ขอให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือสถานการณ์นี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ภาคประชาชนต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทก เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจว่าหากสถานการณ์วิกฤติมาถึง รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการปัญหาได้ดีกว่าปัจจุบันหรือไม่




